“แดฮยอน...”
“...”
“นาย... นายจะไม่หยุดจริงๆ ใช่ไหม”
เสียงขงยองแจถามมาสั่นๆ แววตาของคนตรงหน้าสั่นระริก
ผมก้มลงไประทับจูบลงบนเปือกตานั้นอย่างต้องการปลอบประโลมก่อนจะกระซิบแผ่วเบาที่ริมใบหูของเจ้าตัว
“ฉันหยุดไม่ได้ นายก็คงรู้...” สิ้นคำตอบยองแจก็หยุดนิ่ง
ผมจรดริมฝีปากลงที่ปลายจมูกของอีกคนอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนยองแจจะเบนหน้าหนีไปอีกทางเผยคอขาวเนียนให้ผมได้เห็น
ผมขบเม้มใบหูของอีกคนสื่อความหมายแล้วจัดการย้ายใบหน้าตัวเองไปฝังไว้ที่ซอกคออีกคนก่อนจะใช้ปลายลิ้นละเลียดชิมผิวเนื้อนั้น
ฟันคมขบลงเบาๆ พอสร้างรอยสัญลักษณ์ความเป็นเจ้าของตั้งแต่ต้นคนขาวจนถึงไหล่ลาดมน ยองแจจิกมือแน่นทุกครั้งที่ผมสร้างรอยสัมผัสพวกนั้น
ผมผละตัวเองออกห่างแล้วจัดการดึงเสื้อยืดสีเทาของคนตรงหน้าออกทางหัว
โยนทิ้งไปกองรวมไปกับเสื้อของตัวเองที่เพิ่งโยนไปไว้ที่มุมห้อง
นิ้วเรียวส่งไปลากไล้ตั้งแต่ปลายคางของเจ้าตัวลงมาถึงเม็ดทับทิมบนอกสวย
ผมไล้วนไปทั่วอกขาวเนียนนั้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นบีบเค้นมันเล่นจนเม็ดทับทิมนั้นแข็งขึ้นเป็นตุ่มไต
“น...นาย จะทำ อ๊ะ... อะไร... อื้อ...
ยะ...หยุด” เสียงร้องห้ามกระท่อนกระแท่นดังขึ้นจนผมต้องก้มลงไปประกบปิดมันอีกครั้ง
มือตัวเองยังคงสาละวนกับของเล่นตรงกลางแผ่นอกของคนตรงหน้าไม่หยุด
ในขณะที่ลิ้นเล็กของคนตรงหน้าก็ดูเหมือนจะตอบสนองผมมากขึ้น
ผมย้ายริมฝีปากของตัวเองมาครอบครองยอดอกสวยนั้นก่อนจะใช้ลิ้นดูดดุนหยอกเย้ากับมันมากไปอีก
ยองแจเพียรกัดริมฝีปากไม่ให้เสียงของตัวเองหลุดเล็ดรอดออกมา มือเล็กทั้งสองข้างจิกทึ้งลงบนที่นอนอย่างต้องการระบายอารมณ์ความรู้สึก
ผมลากลิ้นไล้วนรอบอกสวยทั้งสองข้างก่อนจะไล้ปลายลิ้นผ่านหน้าท้องขาวสวยมาหยุดอยู่บนขอบกางเกงยีนส์ของอีกคน
ฟันคมกดลงบนปลายซิบก่อนจะรูดมันลงอย่างเชื่องช้าเผยให้เห็นอะไรบางอย่างที่กำลังโป่งนูนอยู่ภายในไม่ต่างจากผม
ผมใช้เวลาไม่นานปลดอาภรณ์สองชิ้นสุดท้ายของคนตรงหน้าออกแล้วส่งมันไปไว้ที่เดียวกับเสื้อก่อนหน้านี้
ยองแจเบิกตากว้างก่อนจะชันตัวขึ้นนั่งมอง
ขาขาวทั้งสองพยายามบิดเข้าหากันเพื่อปกปิดส่วนกึ่งกลางลำตัวขอตัวเอง
ปากอิ่มสวยยังคงถูกขบกัดด้วยฟันคมกลั้นเสียงร้องแม้ผมจะเริ่มใช้ปลายนิ้วหยอกเล่นกับจุดอ่อนไหวของตัวเอง
ท่าทางที่ดูยังไงก็ให้ความรู้สึกยั่วยวน
ผมปลายตามองส่วนแข็งขืนของคนตรงหน้าที่กำลังสู้มือของผมอยู่
ปลายนิ้วเกลี่ยวนตรงส่วนล่างไปมาก่อนจะลากไล้ขึ้นสู่ปลาย
เล่นกับส่วนที่แยกอยู่อย่างไม่นึกรังเกียจ
นั่นสิ... ทำไมกันนะ
คำถามเกิดขึ้นในจิตใจแต่ผมก็เลือกที่จะปัดมันทิ้งเมื่ออารมณ์ความต้องการเพิ่มขึ้นสูงมากกว่าสิ่งใด
ผมจัดการถอดกางเกงของตัวเองทุกชิ้นแล้วโยนทิ้งไปไว้มุมห้องด้วยก่อนจะก้มลงลิ้มรสชาติแปลกใหม่ที่อยู่ตรงหน้า
“อ๊ะ... ย... อย่า อ๊า...”
ดูเหมือนความพยายามในตอนแรกของยองแจจะสิ้นสุดลงเมื่อผมใช้ปลายลิ้นหยอกเย้ากับส่วนอ่อนไหวตรงหน้า
กายขาวบิดเกร็งไปทั่วลำตัวก่อนมือเล็กนั่นจะส่งมาขยุ้มผมของผม
“ย...หยุด อ๊ะ... ดะ... ได้โปรด”
เสียงร้องห้ามดังตามมาเรื่อยๆ ขัดกับท่าทางที่เจ้าตัวแสดงออกจนผมต้องนึกขำ
ฟันคมขูดลงบนแท่งร้อนอย่างนึกสนุกเรียกสียงกรีดร้องของคนใต้ร่างให้ดังขึ้นกว่าเดิม
ผมละริมฝีปากออกจากเจ้าตัวก่อนจะใช้มือกอบกุมเอาไว้แล้วรูดขึ้นลงอย่างอ้อยอิ่ง
ยองแจบิดเร่าด้วยความทรมาน ใบหน้าหวานเชิดขึ้นด้านบนอย่างคนสกัดกั้นอารมณ์เอาไว้
เป็นท่าทางที่เห็นแล้วผมอยากจะรีบเข้าไปในตัวคนตรงหน้าแทบจะทันที
แต่พอคิดว่าคนตรงหน้าเป็นยองแจแล้ว...
ผมจับมือเล็กของคนตรงหน้าที่ใช้เท้ากับเตียงทั้งสองข้างมาประสานไว้ก่อนจะแนบลำกายเข้าชิดอีกคนจนแกนกายของเราทั้งสองสัมผัสกัน
ยองแจสะดุ้งตัวหนี
“อ๊ะ...”
“อืม... ยองแจ...”
“อ๊า... อื้อ...”
เสียงร้องด้วยแรงอารมณ์เริ่มบรรเลงขึ้นเมื่อมือที่กุมอยู่ของเราทั้งสองจัดการกอบกุมแกนกายของเราทั้งคู่พร้อมกันๆ
มือเล็กของยองแจที่ถูกผมควบคุมอยู่ไล้ขึ้นลงอย่างเชื่องช้าตามความต้องการของผม
ยองแจซบใบหน้าลงกับไล่ของผมก่อนจะเริ่มร้องออกมาอีกครั้งเมื่อผมเร่งสัมผัสที่มือให้เร็วขึ้น
ไม่อยากจะปฏิเสธเลย
ว่าสัมผัสจากมือของยองแจให้ความรู้สึกดีชะมัด
“อื้อออ...”
“อ่า... แจ...” ผมร้องออกมาเมื่อถึงจุดสุดทางของลายอารมณ์
หยาดน้ำสีขาวขุ่นไหลออกจากส่วนปลายของเราทั้งคู่
ผมผลักยองแจลงนอนกับเตียงก่อนจะจับขาขาวทั้งสองข้างขึ้นตั้งชัน แหวกกันออกจนเห็นช่วงทางสีสวย
ผมใช้นิ้วปาดของเหลวสีขาวข้นนั่นไว้ก่อนจะละเลงมันลงรอบช่องทางด้านหลัง
ยองแจหรี่ตามองพลางกัดริมฝีปากแน่น ลำตัวขาวที่มีรอยแดงจากผมกำลังบิดไปมาอีกครั้ง ผมกลืนน้ำลายให้กับภาพนั้นเบาๆ
ก่อนจะส่งนิ้วแรกเข้าไปทักทาย
“อ๊ะ.. จ...เจ็บ...”
ผมส่งนิ้วเข้าไปลึกจนสุดความยาวก่อนจะเริ่มหมุนวนและกดย้ำบริเวณโดยรอบ
ช่องทางที่ไม่เคยมีใครรุกล้ำเข้ามาก่อนกำลังบีบตอบรับนิ้วของผม
ผมส่งมืออีกข้างที่ว่างไปปลุกปั่นกลางลำตัวของอีกคนเป็นการเบนความสนใจ
“อื้อ... อ...เอา ออกไป... ม... อ๊ะ...
เจ็บ” เสียงร้องห้ามดังมาอีกครั้งเมื่อนิ้วที่สองและสามแทรกเข้าไปจนสุด
ผมกัดฟันข่มอารมณ์แม้ว่าร่างกายของคนตรงหน้าจะดูเชื้อเชิญขนาดไหนก็ตาม
“อ๊ะ... นาย...”
“เรียกชื่อฉันสิยองแจ”
ผมพูดเสียงเบาก่อนจะเริ่มหมุนวนไปรอบช่องทางที่ดูเหมือนจะขยายเพิ่มมากขึ้น
“...”
“ชื่อฉันไงยองแจ เรียกสิ...”
ผมพูดซ้ำอีกครั้งก่อนจะถอนนิ้วทั้งหมดออกมา ช่องทางสีสวยที่เพิ่งเป็นอิสระยังคงขยับบีบตอบรับให้เห็นแม้ว่าจะไม่มีอะไรอยู่ภายในแล้ว
ผมเลิกสนใจมันก่อนจะแหวกหน้าขาของคนตรงหน้าให้กว้างกว่าเดิมแล้วลงไปนอนนาบทับที่กลางลำตัว
“นะ... ยองแจอา...”
ผมกระซิบเสียงเบาที่ริมใบหูอีกคนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนตาของเราทั้งสองจะจ้องกันในความมืด
“ดะ...แดฮยอน... อ๊ะะะะ”
เสียงหวีดร้องดังขึ้นเมื่อส่วนปลายของแกนกลางลำตัวผมเริ่มจมลึกเข้าไปในช่องทางด้านล่าง
ยองแจจิกมือแน่นเข้ากับไหล่กว้าพร้อมกับสะดุ้งพรวดเอาขาทั้งสองข้างเกี่ยวเอวของผมไว้
ปลายหางตามีหยาดน้ำซึมเล็ดออกมาเพราะความเจ็บปวด ผมก้มลงจูบซับมันอย่างแผ่วเบา
“ซี้ด... แจอา...
อย่าเกร็งอย่างนั้นสิ...”
ผมกระซิบแผ่วเบาก่อนจะเริ่มสร้างรอยสีกุกลาบลงบนไหล่ลาดอีกข้างที่ยังว่างอยู่
ลามมาจนถึงแผ่นอกขาวสวยทั้งสองข้างสลับกับการพยายามดันตัวเองเข้าสู่ส่วนลึกของช่องทางด้านใน
ผมไม่อยากจะเชื่อเลย
ว่าผมกำลังทำสิ่งที่ตัวเองเกลียดที่สุดอยู่ตอนนี้
หรือบางที... อาจเป็นเพาะคนตรงหน้าคือยองแจ...
“อ๊ะ... แดฮยอน... มะ... มันเจ็บ
อ๊า...” ยองแจบอกเสียงสั่นเมื่อผมเข้าไปจนสุดความยาว
ผมปล่อยตัวเองนิ่งค้างอยู่กับที่เพื่อรอให้คนใต้ร่างพอจะปรับสภาพ
แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเจ้าตัวจะตอบสนองผมจนทนไม่ไหว
“อ๊ะ... อ๊ะ...” เสียงร้องดังขึ้นถี่รัวตามจังหวะการกระแทกเมื่อผมทนการตอดรัดจากช่องทางด้านล่างไม่ไหวอีกต่อไป
ขาขาวเกี่ยวเข้ากับเอวผมแน่นเช่นเดียวกับมือเล็กที่จิกแน่นบนบ่า
“อ๊า... แด...”
“อืม ยองแจ... นายนี่มัน...”
“อื้อ...”
เสียงหวานหายไปในลำคออีกครั้งเมื่อผมก้มลงประกบปิด ลิ้นเล็กตอบสนองการเกี่ยวกระหวัดอย่างร้อนแรงจากผมในขณะที่เอวของยองแจก็ดูเหมือนจะร่อนขึ้นจากพื้นเตียงตอบสนองการเข้าจังหวะเบื้องล่างได้เป็นอย่างดี
“อ...อีก...”
เสียงครวญครางตามแรงอารมณ์พร้อมสัมผัสกระแทกเอวสวนจากด้านล่าง
ผมกัดฟันแน่นก่อนจะกระแทกลงไปสุดในครั้งเดียวแล้วจัดการรวบอีกคนมากอดไว้ในอ้อมอก
ก่อนจะอุ้มยองแจที่เกาะเอวอยู่ลงจากเตียง
“อ๊า...” เสียงร้องดังสวนจังหวะทุกครั้งเมื่อแท่งร้อนเสียดสีผนังด้านในลึกมากขึ้นทุกครั้งที่ก้าวเดิน
ผมพายองแจเดินไปรอบห้องก่อนจะปล่อยอีกคนลงหน้ากระจกใสที่ระเบียง
“อ๊ะ...”
เสียงอีกคนร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อผมจับเจ้าตัวหันหลังไปเผชิญหน้าเข้ากับกระจกทั้งๆ
ที่ส่วนล่างของเรายังคงเชื่อมต่อกันอยู่ ความเย็นจากกระจกที่รับอุณหภูมิของโซลในยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้ร่างของเราทั้งสองลดความร้อนลงเลยแม้แต่นิด
มือขาวทาบทับลงกับกระจกตามด้วยมือของผมที่ส่งไปกุมไว้
ยองแจกรีดร้องอย่างไพเราะตามจังหวะการกระแทกทุกครั้งทั้งส่งผ่าน ไอร้อนจากปากเล็กนั่นลอยติดกระจกเป็นวงกว้าง
“อ๊า... แด... อื้อออ”
เสียงร้องอย่าทรมานทำให้ความอดทนสุดท้ายของผมจบลง
มือส่งไปปรนเปรอส่วนล่างของคนตรงหน้าในขณะที่มืออีกข้างก็ทาบทับกักขังไม่ให้อีกคนขยับไปไหน
ยองแจที่ทนรับการปลุกปั่นจากผมในทุกส่วนเริ่มทนไม่ไหว
กายขาวบิดเร้าเข้าแนบชิดกับกระจก หัวทุยเอนมาด้านหลังซบลงบนไหล่ของผม
สะโพกกลมหมุนวนไปมาอย่างเรียกร้อง
“อือ... ยองแจ ซี้ด...”
“อ๊า...”
เสียงหวานดังก้องไปทั่วห้องในขณะที่หัวกลมส่ายไปมาจนผมสีดำเริ่มยุ่งเหยิง
ผมเร่งจังหวะมากขึ้นจนเสียงกระทบกันของเนื้อดังแข่งกับเสียงของยองแจในที่สุด
“อ๊ะ... อ๊า อ๊า!!!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นยาวเมื่อถึงปลายทางฝั่งฝัน
ผมปลดปล่อยตัวเองภายในร่างกายของอีกคนจนมันทะลักไหลออกมาตามลำขาขาว ในขณะที่ของเหลวสีน้ำนมของอีกคนก็ทะลักล้นมือผมเช่นกัน
ผมประคองยองแจไว้ด้วยมือทั้งสองข้างเมื่อรู้สึกได้ว่าอีกคนเหมือนจะหมดแรงทรุดลงกับพื้น
ใบหน้าหวานเอียงมามองด้วยดวงตาที่หวานเยิ้มตามแรงอารมณ์
ก่อนบทเพลงอันแสนรัญจวนจะเริ่มบรรเลงอีกครั้ง...
กลับไปอ่านต่อได้ที่ >> http://my.dek-d.com/jan_hikaru/story/viewlongc.php?id=1102065&chapter=9
No comments:
Post a Comment