Sunday, March 15, 2015

Friend เพื่อน | รัก - Vol 12 [NC18]

“ข...เข้ามาอีก ทะ...ทำไม” ยองแจถามพลางส่งเสียงหอบ เนื้อตัวที่เคยขาวแดงยิ่งกว่าเพราะอารมณ์ที่คั่งค้าง ผมได้แต่หันหน้าไปทางอื่นด้วยความขัดใจ
เพราะคำว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้ชายที่พร่ำบอกมาตลอดหลายปีมันค้ำคออยู่
ผมเลยเริ่มไม่แน่ใจขึ้นทุกที
ว่าไอ้ความรู้สึกที่ 'ไม่อยากให้คนของตัวเองไปมีอะไรกับคนอื่น' นี่มันคืออะไร...
“แดฮยอน...”
“ฉันช่วยนายเอง”
!!!” ยองแจเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะเริ่มถอยร่นตัวหนี ผมเดินกลับไปที่เตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นด้านข้าง จับขาของยองแจที่แผ่ราบอยู่กับพื้นเตียงให้ตั้งชันขึ้นแล้วขยับหันหน้ามาหาผม ยองแจกระตุกตัวหนีเล็กน้อยแต่แรงเจ้าตัวกลับสู้ผมไม่ได้
“จ...จะทำอะไร”
“ช่วยนายไง” ผมตอบก่อนจะเริ่มก้มหน้าลงไปจูบลงบนเรียวขาขาว ไล่ตั้งแต่ช่วงล่างขึ้นไปยังช่วงขาด้านบน ยองแจใช้มือดันพื้นด้านหลังไว้ข้างหนึ่งส่วนอีกข้างก็ส่งมาปกปิดกึ่งกลางลำตัวเองไว้
ผมประทับรอบจูบลงที่ต้นขาด้านใน ใช้ฟันคมขบกัดเล็กน้อยพอให้เป็นรอยสีกุหลาบจากรอยเล็กๆ เป็นวงกว้าง
“อ๊ะ... ยะ...อย่า...” เสียงร้องห้ามดังขึ้นเมื่อผมไล่จูบจากต้นขาขึ้นไปยังหน้าท้องขาวของเจ้าตัว ยองแจบิดตัวเกร็งเมื่อลิ้นชื้นๆ ของผมเริ่มต้นละเลงไปทั่ว มือข้างหนึ่งที่ว่างจัดการปัดมือยองแจทิ้งก่อนจะกำลังไปยังแท่งร้อนตรงหน้า
ผมหยุดพรมจูบที่หน้าท้องขาวแล้วเลื่อนตำแหน่งไปหยอกล้อกับตุ่มไตด้านบนแทน ลิ้นชื้นส่งไปรัวทักทายเจ้าของร่างตรงหน้าอีกครั้งในขณะที่มือก็เริ่มรูดขึ้นลงตามจังหวะ ช้าบ้าง เร็วบ้างสลับกัน
“อ๊า... อือ อืม...” เสียงครางอื้ออึงดังมาเป็นจังหวะ ผมละความสนใจจากตุ่มไตด้านบนแล้วกลับมาหยอกล้อกับน้องชายด้านล่างอีกครั้ง
โพรงปากอุ่นครอบลงไปทักทายที่ส่วนปลายในขณะที่มือก็ยังคงทำหน้าที่ไม่หยุด ลิ้นชื้นตวัดผ่านรอยแยกไปมาเพราะต้องการแกล้งเจ้าของร่าง ยองแจกระตุกหุบขาเข้าหากันด้วยความเสียวซ่าน
ผมละริมฝีปากออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นตวัดลากผ่านไปรอบๆ พรมจูบลงไปบางเบา มือที่รูดรั้งเริ่มใช้นิ้วโป้งสะกิดส่วนปลายเมื่อคราวรูดขึ้น เรียกเสียงร้องหวานจากยองแจเพิ่มได้ไม่ยาก
“อ๊ะ...” เสียงร้องดังถี่ขึ้นตามจังหวะการสะกิด ยองแจเปลี่ยนจากค้ำเตียงมาใช้มือทั้งสองข้างจิกไหล่ผมที่นั่งอยู่บนพื้นไว้แน่น นั่นทำให้ผมเร่งมือมากขึ้นไปอีก
จนกระทั่งปลายทางฝั่งฝันของคนตรงหน้ามาถึงพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความสุขสม
“แฮ่ก...” เสียงหอบหายใจดังขึ้นก่อนใบหน้าหวานจะซบลงมาที่บ่าของผม จัดการจับยองแจไปพิงเข้ากับหัวเตียงก่อนจะต้องถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าฤทธิ์ยายังคงเหลือ
แต่ถึงไม่เหลือผมก็ไม่หยุดเหมือนกัน
ยองแจนั่งตาปรือฉ่ำอยู่บนที่นอนหลังจากผมจัดท่าให้เสร็จสรรพ ผมจัดการถอดกางเกงตัวเองลวกๆ แล้วโยนมันทิ้งไปที่อื่น ขาสองข้างพาตัวเองปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ยองแจ
มือที่เปราะคราบขาวก่อนหน้ายังคงอยู่ ผมจัดการส่งนิ้วของตัวเองสองนิ้วเข้าไปในปากของคนตรงหน้า ยองแจดูดดุนมันอย่างรู้งานในขณะที่มือของผมก็เริ่มรูดรั้งตลอดความแข็งขืนของตัวเองเช่นกัน
ปลายลิ้นชื้นตวัดไปรอบๆ นิ้วของผม ริมฝีปากบวมเปล่งนั่นดูดนิ้วของผมเอาไว้ไม่ยอมปล่อยราวกับมันเป็นของอร่อยที่ขาดไม่ได้ ห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงร้องของเราและเสียงดูดดุนจากยองแจเพียงเท่านั้น
“อื้อออ...”
“อ่า.. ยองแจ” ผมครางเสียงแหบ ยองแจชำเลืองมองผมด้วยดวงตาหวานฉ่ำ เจ้าตัวละริมฝีปากออกจากปลายนิ้วของผมก่อนลิ้นสีสดจะส่งออกมาทักทายโลกภายนอกผ่านการเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ
ผมไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าตัวยั่วหรือมันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ
เหมือนที่ตอนนี้ร่างกายผมก็ไปเองอัตโนมัติเหมือนกัน
“อ๊ะ ด...แดฮยอน... จะทำอะไร” ยองแจเอ่ยถามหลังจากผมจัดการอุ้มคนตรงหน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้นั่งอยู่ในลักษณะที่คร่อมหน้าขาของผมอยู่ มือสองข้างของยองแจขยับมายึดบ่าผมไว้แน่น
“อื้อ...” ผมไม่อยากปล่อยให้ริมฝีปากของคนตรงหน้าเป็นอิสระนานสักเท่าไรจึงจัดการทาบทับลงไป ริมฝีปากของยองแจถูกดูดดุนก่อนเจ้าตัวจะอ้าปากเล็กน้อยราวกับต้องการเชิญชวนให้ผมเข้าไปสำรวจยังด้านใน
ผมใช้มือข้างที่ว่างประสานมือกับยองแจแล้วส่งไปกอบกุมส่วนแข็งขืนของเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันในขณะที่ปากก็เริ่มสำรวจไปทั่วตามคำเสนอ ยองแจตวัดลิ้นตอบรับเล็กน้อยก่อนจะสะดุ้งหนีเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนที่กำลังถูไถกันอยู่เบื้องล่าง
“ตกใจอะไรเล่า... ก็เคยแล้วนี่นา” ผมถามเสียงเบาแกล้งอีกคน
“น...หน้าไม่อาย... อ้ะ...” ยองแจปฏิเสธก่อนเจ้าตัวจะร้องเสียงดังแล้วซบลงกับไหล่ของผม ผมยกยิ้มมุมปากก่อนมือที่กุมอยู่ด้านนอกของมือยองแจจะเริ่มบังคับให้เจ้าตัวจัดการรูดขึ้นลงส่วนแข็งขืนของเราทั้งสองจนสุดความยาว
“อ่า... มือนายนี่มัน... นิ่มชะมัด... อืม” ผมร้องเสียงเบาก่อนจะจับหัวทุยที่เอนซบกลับมาประกบจูบอีกครั้ง รสจูบของยองแจยังคงทำให้ผมหลงใหลไม่เปลี่ยนไปสักนิด ไหนจะมือนิ่มที่ขยับกำรอบนี่อีก
มือของยองแจยังคงให้ความรู้สึกดีเหมือนครั้งเก่า ให้ตายสิ
“อื้อ...” เสียงร้องประท้วงเหมือนคนหมดอากาศหายใจ  ผมละริมฝีปากออกมาชั่วครู่ก่อนจะจรดจูบลงไปที่หน้าผากมน คนตรงหน้าหลับตาปี๋เหมือนไม่ต้องการจะรับรู้อะไร นั่นทำให้ผมยิ่งอยากแกล้ง...
สุดท้ายผมจึงบังคับมืออีกคนให้รูดขึ้นลงด้วยอัตราที่เร็วกว่า
“อ๊า...” ยองแจร้องเสียงยาว ผมลอบยิ้มแล้วเปลี่ยนประทับรอยจูบลงที่หลังใบหู ลิ้นชื้นส่งมาทักทายก่อนริมฝีปากจะขบเม้มที่ริมหูเบาๆ
ยองแจย่นคอหนี เล็บแหลมจิกลงที่บ่าของผมลึกกว่าเก่า ผมขยับมือด้วยความเร็วเพราะรู้ว่าอีกคนคงจะใกล้ไม่ไหวด้วยฤทธิ์ยาในขณะที่ตัวเองก็ฝังหน้าลงไหล่ขาวของคนตรงหน้า ขบกัดสร้างรอยรักรอยใหม่ทดแทนของเก่า
“อืม... ยองแจ” ผมครางเสียงต่ำ มือนิ่มๆ กับความร้อนที่ใกล้จะปะทุของอีกคนฉุดอารมณ์ผมให้โจนทะยานขึ้นสูงอย่างหยุดไม่อยู่ ยองแจร้องไม่เป็นศัพท์อยู่ข้างหูผมก่อนปลายฝั่งฝันจะมาเยือนเจ้าตัวอีกครา
“อ๊า.... อ๊ะ... แดฮยอน...” คนตรงหน้าร้องทักเสียงแผ่วเมื่อผมก้มลงไปสร้างรอยรักสีสดไว้ทั่วอกขาว มือที่กุมยองแจอยู่เปลี่ยนเป็นประสานนิ้วก่อนจะจัดการจับยองแจลงจากตักให้ไปนั่งบนเตียงแล้วชันเท้าขึ้นจนเห็นช่องทางสีสดด้านหลัง
ความอดทนผมมีน้อยลงเต็มที
“ไม่นะแดฮยอน... อย่าทำแบบคืนนั้นอีก...”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง...”
“...”
“นายก็ยังไม่หมดฤทธิ์ยา ฉันรู้”
“...”
“ส่วนฉันเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน...” ผมว่าพลางจับเอานิ้วยองแจที่เปราะคราบน้ำรักของเจ้าตัวเองมาจับไว้ มือข้างที่ว่างจัดการขยับขาขาวให้กว้างมากขึ้นอีกก่อนจะส่งปลายนิ้วของเจ้าของร่างเข้าไปสำรวจช่องทางภายในพร้อมนิ้วของผมเอง
“อ๊ะ... ยะ...อย่า”
“อืม ยองแจอา...”
“มันไม่ อื้อ... ถูกต้อง...” เสียงร้องห้ามกระท่อนกระแท่นไม่ได้ทำให้ผมหยุดมือ ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งทำให้อารมณ์พุ่งขึ้นสูงมาไปกว่าเดิมอีก
ผมใช้นิ้วที่เหลือจับประสานมือกับยองแจไว้ก่อนจะบังคับทั้งนิ้วของตัวเองและยองแจให้ไล้วนผนังนุ่มภายใน ริมฝีปากก็สาละวนอยู่กับการมอบจูบที่ร้อนแรงให้คนตรงหน้าไม่จากไปไหน
“อื้อออ...” เสียงร้องสูงเมื่อผมเริ่มทำการเตรียมความพร้อมในขั้นต่อไป นิ้วเรียวของเราทั้งคู่ขยับเข้าออกสลับกับกดเน้นย้ำไปที่ผนังรอบๆ ช่องทางสีหวานที่ถูกชโลมด้วยคราบน้ำรักของยองแจยังคงตอดรัดและคับแน่นแม้จะมีเสียงฉ่ำน้ำดังออกมาให้ได้ยิน
“ได้โปรด... แดฮยอน...”
“...”
“อื้อ...” เสียงร้องอื้ออึงของยองแจดังประท้วงเมื่อผมตัดสินใจปิดปากเจ้าตัวก่อนคำร้องห้ามจะดังขึ้นอีกครั้ง
“อย่าห้ามเลยยองแจ... มันมาไกลเกินกว่านายจะห้ามฉันแล้ว...” ผมพูดเสียงแผ่วหลังจากละริมฝีปากออก ดวงตาหวานฉ่ำของคนตรงหน้าฉายแววอ้อนวอนข้อร้องให้หยุด ในขณะเดียวกันกับที่ร่างกายของเจ้าตัวกลับตอบสนองผมเป็นอย่างดี
“แด...”
“ฉันขอโทษ”
“อ๊ะ!” เสียงร้องดังขึ้นก่อนยองแจจะกัดริมฝีปากของตัวเองกลั้นเสียงนั้นไว้เมื่อผมเปลี่ยนจากนิ้วเป็นอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นแทน
“ซี๊ด... ยองแจ... อย่ารัดกันขนาดนี้สิ...”
“อ๊า...”
“ผ่อนคลายหน่อย ซี๊ด... อ่า...” ว่าพลางพยายามขยับตัวเองให้เข้าไปลึกจนสุดปลาย ผมจับยองแจขึ้นมานั่งบนหน้าตักตัวเองอีกครั้ง ประกบจูบไม่รู้รอบที่เท่าไรของวันเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ช่องทางด้านในคับแน่นและบีบรัดขับต้อนสิ่งแปลกปลอมที่สวนทางเข้ามา ผมปล่อยให้ตัวเองนิ่งค้างอยู่ด้านในสักพักก่อนจะลองขยับเข้าออกเบาๆ
“อ๊ะ.... อ๊า... ดะ...แด...” เสียงร้องที่ฟังดูยั่วยวนของยองแจเปล่งออกมาอีกครั้งตามจังหวะการเข้าออก อาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ทำให้เจ้าตัวไวต่อสัมผัสกว่าเดิมมาจนขาดความยับยั้งมากกว่าปกติ
“อืม... ยองแจ...” ผมครางต่ำก่อนจะจัดการขยับเปลี่ยนที่ให้ตัวเองนั่งพิงเยื้องๆ ที่หัวเตียงแทนยองแจ ขาของยองแจที่เคยตั้งชันอวดช่องทางรักถูกรวบเข้าหากันก่อนผมจะจับเจ้าตัวหมุนหันหลังทั้งๆ ที่เรายังเชื่อมต่อกันอยู่อย่างนั้น
“อ๊าส์... ซี๊ด...” เสียงร้องรอดผ่านไรฟันดังขึ้นเมื่อเจ้าตัวถูกจับหมุนรอบ ผมจัดท่าให้ยองแจหันหน้าไปทางกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะจับเอวขาวไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง แล้ว...
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ... ระ...เร็วไปแล้ว อื้อ...” เสียงร้องประท้วงของคนตรงหน้าดังขึ้นสลับกับร้องด้วยความหวาดเสียวเมื่อผมจัดการจับเอวเจ้าตัวขยับกระแทกขึ้นลงรับสัมผัสหนักหน่วง
ยองแจที่ผมมองผ่านกระจกตรงหน้ายิ่งเป็นเหมือนตัวเร่งอารมณ์ผมให้ลุกโชนกว่าเดิม ตาปรือที่เปราะด้วยหยดน้ำ ริมฝีปากบวมแดงที่เจ้าตัวพยายามกัดเพื่อกลั้นเสียง ใบหน้าหวานที่แหงนขึ้นกำลังแสดงสีหน้าราวกับต้องการยั่วยวน ผมสีดำที่สะบัดขึ้นลงกระจัดกระจายเพราะการเคลื่อนไหว ไหนจะลำตัวขาวที่เต็มไปด้วยรอยสีกุหลาบจากผม
“ยะ...อย่า... อ๊ะ มอง”
“มองสิ อืมมม... ฉันชอบนายเวลาแบบนี้นะ... คนทะลึ่ง อ่า...” ผมแซว
“แค่เวลาแบบนี้น่ะหรอ...” ยองแจถามเสียงแผ่ว ใบหน้าเหลียวมาจ้องตาผมทั้งๆ ที่ช่วงล่างเราก็ยังคงขยับอย่างต่อเนื่อง
“...”
“ไม่เป็นไร แค่เวลาแบบนี้ก็ยังดี...” ยองแจว่าก่อนจะเป็นฝ่ายจู่โจมผมด้วยจูบที่ให้ความรู้สึกหวานละมุนกว่าครั้งไหนๆ แม้ผมจะรู้สึกเหมือนมีหยาดน้ำหยดลงมากระทบใบหน้าตัวเองก็ตาม
ชั่วขณะนั้นผมได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่ามันคือเหงื่อของคนตรงหน้า
“อืม...” ผมส่งเสียงในลำคอด้วยความเสียวซ่านยามเมื่อเห็นภาพที่เราจูบกันผ่านกระจก ยองแจเอนตัวลงซบกับแผ่นอกของผม หัวทุยซบลงบนลาดไหล่เพื่อให้ใบหน้าของตัวเองเอียงป้อนจูบให้ผมได้ถนัด มืออีกข้างเอื้อมมาขยำกลุ่มผมของผมไว้
มือสองข้างที่เคยจับเอวยองแจจนขึ้นรอยเปลี่ยนเป็นใช้วงแขนโอบรอบเอวแล้วจับไว้ ในขณะที่อีกข้างก็ส่งไปช่วยปรนเปรอส่วนสำคัญของคนบนร่าง
“อ๊า... อื้อ แด... ฮยอน... อาาา...”
“อื้อ... แจ...ซี๊ด...”
“อ๊ะ...”
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ทั้งห้องมีเพียงเสียงครางอื้ออึงสลับกับเสียงกระแทกผ่านช่องทางที่ฉ่ำด้วยน้ำรักของคนบนร่างที่เพิ่มจังหวะถี่เร็วขึ้นยามเมื่อใกล้ถึงฝั่งฝัน
“อ๊ะ.... อ๊าาาาาา...”

“อืมมมม...” เสียงสุดท้ายดังขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเกมรักนี้จบลง ธารน้ำสีขาวขุ่นฉีดพุ่งในทางรักขณะที่ของเหลวสีน้ำนมของยองแจก็ไหลเปรอะมือผม ผมกระตุกเล็กน้อยก่อนจะถอนกายออกหลังจากส่วนที่คั่งค้างถูกขับไปจนหมด



ยังไม่จบเนร้ ไปอ่านต่อได้ที่ >>http://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1102065&chapter=13
Ja n