Saturday, April 4, 2015

1 - จูบ (จากผู้ชาย) ครั้งแรก






ปั๊ก!!!
อย่าให้รู้นะว่าใคร…” เสียงแหบนิดๆ ดังออกจากปากของชายที่นั่งอยู่บนเคาท์เตอร์บาร์ในผับชื่อดังย่านที่ทำงานของเขา มือขาวยกแก้วที่เพิ่งจับมันกระแทกกับพื้นบาร์ขึ้นเทน้ำสีสวยลงคอระลอกใหม่
คิม ฮิมชาน
มนุษย์เพศชายวัยยี่สิบสี่ กำลังนั่งหงุดหงิดงุ่นง่านด้วยความคับข้องใจ
เออเหอะน่าพี่ ปล่อยมันไปเหอะน่า…” เสียงจากยองแจที่นั่งอยู่ด้านข้างบ่นเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ยองแจส่ายหัวให้กับท่าทางนั้นก่อนจะยกมือขึ้นตบบ่าคนข้างๆ แบบข้ามวัย
แค่จูบเองพี่ อย่าไปคิดมากเด่ะ
ได้ไงวะ มันเสียเชิงชายหมดนะเว้ย!” ฮิมชานเถียงทันควัน ผู้ชายที่มาดแมนแอนด์แฮนซั่มอย่างเขาไปเสียจูบให้ใครก็ไม่รู้ในชั่ววูบที่ตัวเองเมาอ่ะนะ
โดนผู้หญิงรุกก่อนแบบนีั รู้ถึงไหนอายถึงนั่นนะครับ!!!
ก็ใครใช้ให้พี่เมาไม่รู้เรื่องขนาดนั้นล่ะ” ยองแจส่ายหัวเมื่อนึกถึงภาพรุ่นพี่ข้างๆ ที่วันเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทเมามายซะเละจนอนาถใจ
หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือโดนมอมซะเละมากกว่า
ไม่ใช่เจ้าตัวไม่รู้นะว่าโดนหมายตาจากคนในบริษัทไม่น้อย ต้องบอกว่าเจ้าตัวรู้ดีแต่เต็มใจให้มอมถึงจะถูก แต่ละแก้วที่รับมากินนั่นเป็นเพราะเหตุผลที่เจ้าตัวอ้างว่าไม่อยากปฏิเสธผู้หญิงล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นผสม
หว่านไปทั่ว นั่นล่ะ คิมฮิมชาน
แกต่างหาก อุตสาย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าให้อยู่ดูกันก่อน ดันออกไปกับไอ้ดำนั่นได้” เจ้าตัวตอบกลับ
ใครออกไป ผมโดนลากไปเถอะ เอาดีๆ
โดนลากหรือแกเต็มใจไปกันแน่ กับจองแดฮยอนคนนั้นน่ะ…” ฮิมชานว่าพลางเหล่ตามองรุ่นน้องคนสนิท ยองแจเบะปากด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อเห็นว่าเถียงเท่าไหร อธิบายยังไงก็คงไม่ชนะ
เห้อ… กูละเพลีย
คิดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฮิมชานละสายตาที่จ้องจะแซวกลับไปแล้วเขาจึงวนกลับไปเรื่องเดิมได้
แต่วันนั้นผมฝากพี่ไว้กับหัวหน้าละนะ
ห...ห้ะ???” ฮิมชานร้องเสียงสูงด้วยความสงสัย
ห้ะอะไรล่ะพี่ ก็พี่ยงกุกเดินมานั่งข้างๆ พี่เลยนะวันนั้นน่ะ” ยองแจย้ำอีกรอบเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่คนสนิทดูเหมือนจะไม่มีความทรงจำเรื่องนี้อยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย
คนอย่างนั้นเนี่ยนะ!
คนอย่างยงกุกมันทำไมหรอครับ
ก็เงียบเป็นเป่าสาก เคร่งขึม ดูบ้าอำนาจ คนอย่างนั้นเนี่ยนะจะมางานเลี้ยงกับเขาด้วย
ในสายตาคุณผมเป็นอย่างนั้นหรอครับ คิมฮิมชาน…”
พรวด!!!
น้ำสีอำพันที่ฮิมชานยกขึ้นจิบพุ่งออกจากปากแทบทันทีเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนถาม มือขาวนั่นรีบคว้าเอาทิชชูมาซับปากและเสื้อที่เลอะเทอะอยู่ก่อนนั่งนิ่ง เงียบสนิท
ยองแจหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทีนั้น ความจริงพี่ยงกุกก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าตัวว่าไปเสียหมด เพียงแต่พี่ฮิมชานดูจะหมั่นไส้พี่ยงกุกเป็นพิเศษเลยบ่นออกมาเท่านั้น
ก็แหงล่ะ ก็แข่งกันเป็นหนุ่มฮอตในบริษัทกันอยู่สองคนนี่นา
ว่าไงล่ะครับ เงียบทำไม” เสียงบังยงกุกที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน (เพราะอายุเท่ากันกับฮิมชาน) พ่วงด้วยตำแหน่งเจ้านายถามเรียบๆ ฮิมชานลอบเบะปากด้วยความเบื่อ
คิดว่าทำเสียงนิ่งๆ แล้วหล่อมากไง๊???
โอย เฮียนึกว่าเดินไปไหนหนีมานี่เอง” เสียงรุ่นน้องคนสยิทของยงกุกดังขึ้นก่อนจะทันเห็นตัวด้วยเพราะความมืดในผับ(?)
อ่ะ อ้าววว น้องยองแจคนสวยก็อยู่ด้วยหรอเนี่ย…”
ใครน้องมึง ไม่ต้องรอให้แดฮยอนพูดจนจบ ยองแจก็จัดสวนเข้าไปดอกใหญ่ ทำเอาคนมาใหม่หน้าเหวอไปชั่วขณะ
แดฮยอนใช้เวลาหายอึ้งไม่นาน เจ้าตัวจึงค่อยยกยิ้มมุมปากแล้วเดินอ้อมมาด้านหลังยองแจที่นั่งอยู่ข้างๆ ฮิมชาน ก่อนจะ
หมับ!
เห้ย!!
ร้องซะแมนเลยนะคนสวย ไม่น่ารักเลย…”
ฟอด
ไอเชี่ย!!!” ยองแจร้องออกมาเสียงดังก่อนจะพลิกตัวไปด้านหลังเผชิญหน้าหาคนที่เข้ามากอดหวังจะต่อยสักหมัด
แต่ดูเหมือนว่านั่นจะเข้าทางแดฮยอนไปเต็มๆ
ฮิมชานละสายตาจากคู่ที่กัดกันอยู่ด้านข้างเพราะแดฮยอนดันไปจุ๊บหน้าผากยองแจเข้าให้เต็มรัก เจ้าตัวหลุดขำออกมานิดๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มต่อแล้วเลิกสนใจ
เขารู้ตัวนะ ว่าเขาเมา
แต่มันหยุดตัวเองไม่ได้แล้วอ่ะ
นี่ก็ได้แต่ภาวนาว่ายองแจจะหิ้วปีกเขากลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
คุณเมามากแล้วนะครับ หยุดก่อนไหม?” เสียงยงกุกที่ทิ้งตัวมานั่งลงบนเก้าอี้ว่างอีกข้างตอนไหนก็ไม่รู้เอ่ยทัก
ให้ตาย ผมโคตรเกลียดคำว่า ‘ครับ’ ของยงกุกเลย
คิดในใจแล้วก็ยกแก้วขึ้นดื่มต่อ ความรู้สึกอัปยศที่ถูกผู้หญิงขโมยจูบตอนไม่ได้สติไม่หายไปตามสติที่เหลือน้อยลงสักนิด
บังยงกุกมองคนข้างตัวอย่างเหนื่อยใจก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้แดฮยอนล่อลวงยองแจไปอีกทางซึ่งไอ้คนรับคำสั่งก็ดูจะกระดี้กระด้าเป็นพิเศษเสียด้วย
พากันไปเถอะ เขาจะได้ทำอะไรๆ สะดวกหน่อย
ฮิมชาน พอได้แล้ว คุณจะกินไปทำไมมากมายเนี่ยครับ” ยงกุกถามเสียงอ่อนโดยไม่ลืมจะทิ้งท้ายไว้ด้วยคำสุภาพเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายฟังแล้วจะต้องหงุดหงิดใจ
แน่นอนว่าคนข้างๆ หันมาตีหน้ายักษ์ใส่แทบจะทันที
นายมันจะไปเข้าใจอะไรล่ะ!” ฮิมชานบ่น มือที่ถือแก้วก็จับยกขึ้นดื่มจนหมดเป็นจังหวะเดียวกับที่แดฮยอนลากยองแจออกไปพอดี
แล้วผมต้องเข้าใจอะไร…”
นายมันไม่เคย อึก ไม่เคยโดนผูู้หญิงขโมยจูบตอนเมาใช่ไหมล่าาา มันเสียเชิงชายน่ะ อึก… เข้าใจไหมห๊ะ!
โดนผู้หญิงขโมยจูบ?
ยงกุกขมวดคิ้วกับคำตอบนั้น รู้สึกเหมือนหน้ากระตุกด้วยความฉุนนิดๆ ปากที่จะขยับเถียงในตอนแรกเปลี่ยนเป็นเอ่ยคำห้ามแทนเมื่อเห็นว่าคนข้างๆ กำลังจะยกแก้วขึ้นดื่มทั้งๆ ที่ตัวแดงเพราะฤทธิ์สุราแทบจะทั้งตัวแล้ว
พอน่า…”
อย่ายุ่ง!
คุณอยากรู้ไหมล่ะว่าใครจูบคุณ ถ้าหยุดดื่มผมจะบอกให้ เอาไหมครับ?” ยงกุกยื่นข้อเสนอแบบตรงเป้า
นายรู้?!?!”
ก็วันนั้นผมนั่งอยู่กับคุณแค่สองคน จะไม่รู้ได้ไงล่ะ
รู้ก็บอกมาาาา อึก… อย่ามาลีลา
วางแก้วก่อนสิ” ยงกุกว่าพลางเหล่ตามองไปยังแก้วน้ำสีสวยบนมือฮิมชาน คนถูกสั่งทำหน้าเหนื่อยก่อนจะกระแทกแก้วลงกับพื้นบาร์จนยงกุกต้องหลุดยิ้มกับท่าทางนั้น
น่ารักจังนะ ฮิมชานอา…” ยงกุกเอ่ยเสียงเบา สายตาคมไล่มองไปทั่วใบหน้าก่อนหยุดที่ริมปากสวยสีแดงสด
มองไรเล่า จะเล่าก็เล่าสักที!” ฮิมชานเร่ง รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เวลาถูกคนตรงหน้ามองแบบนั้น
หลับตาก่อน
ไม่!” เขาสวนทันควัน ความรู้สึกเหมือนจะถูกคุกคามด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาดสั่งห้ามไม่ให้ทำตาม ยิ่งยองแจหายไปตอนไหนก็ไม่รู้แบบนี้อีก
“…“
เออ หลับก็หลับ” ดูเหมือนสติคนเมาจะสั่งห้ามความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ สุดท้ายฮิมชานก็หลับตาลง
สัมผัสแผ่วเบาแตะลงบนริมฝีปาก กลีบปากบางถูกขบเม้มทีละน้อยจนฮิมชานต้องสะดุ้งหนี ตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ แต่ดูเหมือนว่ายงกุกจะรู้ทัน มือใหญ่ส่งไปล็อคคออีกคนไว้ไม่ให้ถอยห่าง ก่อนจูบหวานละมุนจะเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้น
ลิ้นสากส่งไปหยอกล้อตามไรฟัน มือข้างที่ว่างจัดการบีบกระพุ้งแก้มอีกคนจนต้องยอมอ้าปากรับเขาเข้าไปสำรวจความหวาน คนหนึ่งขัดขืนส่วนอีกคนก็ดึงดันจะป้อนจูบให้
รสจูบที่คล้ายกับคืนนั้น
เนิ่นนานนแทบหมดลมหายใจ กว่ายงกุกจะละริมฝีปากออก
เมา แกเมาแน่ๆ ฮิมชาน แกกำลังเมา!!!
หวังว่าพรุ่งนี้คุณจะไม่ลืมอีกนะ…”
“…”
ว่าใครเป็นคนจูบคุณ
เสียงเตือนสุดท้ายจากยงกุกที่ฮิมมานได้ยิน ก่อนจูบหวานจะถูกป้อนอีกครั้ง อีกครั้ง



---------------------------
จบตอนแรกแบบงงๆ อิอิ
จะแต่งเรื่องนี้เรื่อยๆ จนกว่าคอมจะมา ถึงจะเริ่มพิมพ์เพื่อนรักนะคะ
คอมเม้นท์กันได้ นี่คงเป็นบังชานซีรีย์ยาวแรกของแจนเลย
แล้วเจอกันค่าา


#ครบช

Sunday, March 15, 2015

Friend เพื่อน | รัก - Vol 12 [NC18]

“ข...เข้ามาอีก ทะ...ทำไม” ยองแจถามพลางส่งเสียงหอบ เนื้อตัวที่เคยขาวแดงยิ่งกว่าเพราะอารมณ์ที่คั่งค้าง ผมได้แต่หันหน้าไปทางอื่นด้วยความขัดใจ
เพราะคำว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้ชายที่พร่ำบอกมาตลอดหลายปีมันค้ำคออยู่
ผมเลยเริ่มไม่แน่ใจขึ้นทุกที
ว่าไอ้ความรู้สึกที่ 'ไม่อยากให้คนของตัวเองไปมีอะไรกับคนอื่น' นี่มันคืออะไร...
“แดฮยอน...”
“ฉันช่วยนายเอง”
!!!” ยองแจเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะเริ่มถอยร่นตัวหนี ผมเดินกลับไปที่เตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นด้านข้าง จับขาของยองแจที่แผ่ราบอยู่กับพื้นเตียงให้ตั้งชันขึ้นแล้วขยับหันหน้ามาหาผม ยองแจกระตุกตัวหนีเล็กน้อยแต่แรงเจ้าตัวกลับสู้ผมไม่ได้
“จ...จะทำอะไร”
“ช่วยนายไง” ผมตอบก่อนจะเริ่มก้มหน้าลงไปจูบลงบนเรียวขาขาว ไล่ตั้งแต่ช่วงล่างขึ้นไปยังช่วงขาด้านบน ยองแจใช้มือดันพื้นด้านหลังไว้ข้างหนึ่งส่วนอีกข้างก็ส่งมาปกปิดกึ่งกลางลำตัวเองไว้
ผมประทับรอบจูบลงที่ต้นขาด้านใน ใช้ฟันคมขบกัดเล็กน้อยพอให้เป็นรอยสีกุหลาบจากรอยเล็กๆ เป็นวงกว้าง
“อ๊ะ... ยะ...อย่า...” เสียงร้องห้ามดังขึ้นเมื่อผมไล่จูบจากต้นขาขึ้นไปยังหน้าท้องขาวของเจ้าตัว ยองแจบิดตัวเกร็งเมื่อลิ้นชื้นๆ ของผมเริ่มต้นละเลงไปทั่ว มือข้างหนึ่งที่ว่างจัดการปัดมือยองแจทิ้งก่อนจะกำลังไปยังแท่งร้อนตรงหน้า
ผมหยุดพรมจูบที่หน้าท้องขาวแล้วเลื่อนตำแหน่งไปหยอกล้อกับตุ่มไตด้านบนแทน ลิ้นชื้นส่งไปรัวทักทายเจ้าของร่างตรงหน้าอีกครั้งในขณะที่มือก็เริ่มรูดขึ้นลงตามจังหวะ ช้าบ้าง เร็วบ้างสลับกัน
“อ๊า... อือ อืม...” เสียงครางอื้ออึงดังมาเป็นจังหวะ ผมละความสนใจจากตุ่มไตด้านบนแล้วกลับมาหยอกล้อกับน้องชายด้านล่างอีกครั้ง
โพรงปากอุ่นครอบลงไปทักทายที่ส่วนปลายในขณะที่มือก็ยังคงทำหน้าที่ไม่หยุด ลิ้นชื้นตวัดผ่านรอยแยกไปมาเพราะต้องการแกล้งเจ้าของร่าง ยองแจกระตุกหุบขาเข้าหากันด้วยความเสียวซ่าน
ผมละริมฝีปากออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นตวัดลากผ่านไปรอบๆ พรมจูบลงไปบางเบา มือที่รูดรั้งเริ่มใช้นิ้วโป้งสะกิดส่วนปลายเมื่อคราวรูดขึ้น เรียกเสียงร้องหวานจากยองแจเพิ่มได้ไม่ยาก
“อ๊ะ...” เสียงร้องดังถี่ขึ้นตามจังหวะการสะกิด ยองแจเปลี่ยนจากค้ำเตียงมาใช้มือทั้งสองข้างจิกไหล่ผมที่นั่งอยู่บนพื้นไว้แน่น นั่นทำให้ผมเร่งมือมากขึ้นไปอีก
จนกระทั่งปลายทางฝั่งฝันของคนตรงหน้ามาถึงพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความสุขสม
“แฮ่ก...” เสียงหอบหายใจดังขึ้นก่อนใบหน้าหวานจะซบลงมาที่บ่าของผม จัดการจับยองแจไปพิงเข้ากับหัวเตียงก่อนจะต้องถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าฤทธิ์ยายังคงเหลือ
แต่ถึงไม่เหลือผมก็ไม่หยุดเหมือนกัน
ยองแจนั่งตาปรือฉ่ำอยู่บนที่นอนหลังจากผมจัดท่าให้เสร็จสรรพ ผมจัดการถอดกางเกงตัวเองลวกๆ แล้วโยนมันทิ้งไปที่อื่น ขาสองข้างพาตัวเองปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ยองแจ
มือที่เปราะคราบขาวก่อนหน้ายังคงอยู่ ผมจัดการส่งนิ้วของตัวเองสองนิ้วเข้าไปในปากของคนตรงหน้า ยองแจดูดดุนมันอย่างรู้งานในขณะที่มือของผมก็เริ่มรูดรั้งตลอดความแข็งขืนของตัวเองเช่นกัน
ปลายลิ้นชื้นตวัดไปรอบๆ นิ้วของผม ริมฝีปากบวมเปล่งนั่นดูดนิ้วของผมเอาไว้ไม่ยอมปล่อยราวกับมันเป็นของอร่อยที่ขาดไม่ได้ ห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงร้องของเราและเสียงดูดดุนจากยองแจเพียงเท่านั้น
“อื้อออ...”
“อ่า.. ยองแจ” ผมครางเสียงแหบ ยองแจชำเลืองมองผมด้วยดวงตาหวานฉ่ำ เจ้าตัวละริมฝีปากออกจากปลายนิ้วของผมก่อนลิ้นสีสดจะส่งออกมาทักทายโลกภายนอกผ่านการเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ
ผมไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าตัวยั่วหรือมันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ
เหมือนที่ตอนนี้ร่างกายผมก็ไปเองอัตโนมัติเหมือนกัน
“อ๊ะ ด...แดฮยอน... จะทำอะไร” ยองแจเอ่ยถามหลังจากผมจัดการอุ้มคนตรงหน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้นั่งอยู่ในลักษณะที่คร่อมหน้าขาของผมอยู่ มือสองข้างของยองแจขยับมายึดบ่าผมไว้แน่น
“อื้อ...” ผมไม่อยากปล่อยให้ริมฝีปากของคนตรงหน้าเป็นอิสระนานสักเท่าไรจึงจัดการทาบทับลงไป ริมฝีปากของยองแจถูกดูดดุนก่อนเจ้าตัวจะอ้าปากเล็กน้อยราวกับต้องการเชิญชวนให้ผมเข้าไปสำรวจยังด้านใน
ผมใช้มือข้างที่ว่างประสานมือกับยองแจแล้วส่งไปกอบกุมส่วนแข็งขืนของเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันในขณะที่ปากก็เริ่มสำรวจไปทั่วตามคำเสนอ ยองแจตวัดลิ้นตอบรับเล็กน้อยก่อนจะสะดุ้งหนีเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนที่กำลังถูไถกันอยู่เบื้องล่าง
“ตกใจอะไรเล่า... ก็เคยแล้วนี่นา” ผมถามเสียงเบาแกล้งอีกคน
“น...หน้าไม่อาย... อ้ะ...” ยองแจปฏิเสธก่อนเจ้าตัวจะร้องเสียงดังแล้วซบลงกับไหล่ของผม ผมยกยิ้มมุมปากก่อนมือที่กุมอยู่ด้านนอกของมือยองแจจะเริ่มบังคับให้เจ้าตัวจัดการรูดขึ้นลงส่วนแข็งขืนของเราทั้งสองจนสุดความยาว
“อ่า... มือนายนี่มัน... นิ่มชะมัด... อืม” ผมร้องเสียงเบาก่อนจะจับหัวทุยที่เอนซบกลับมาประกบจูบอีกครั้ง รสจูบของยองแจยังคงทำให้ผมหลงใหลไม่เปลี่ยนไปสักนิด ไหนจะมือนิ่มที่ขยับกำรอบนี่อีก
มือของยองแจยังคงให้ความรู้สึกดีเหมือนครั้งเก่า ให้ตายสิ
“อื้อ...” เสียงร้องประท้วงเหมือนคนหมดอากาศหายใจ  ผมละริมฝีปากออกมาชั่วครู่ก่อนจะจรดจูบลงไปที่หน้าผากมน คนตรงหน้าหลับตาปี๋เหมือนไม่ต้องการจะรับรู้อะไร นั่นทำให้ผมยิ่งอยากแกล้ง...
สุดท้ายผมจึงบังคับมืออีกคนให้รูดขึ้นลงด้วยอัตราที่เร็วกว่า
“อ๊า...” ยองแจร้องเสียงยาว ผมลอบยิ้มแล้วเปลี่ยนประทับรอยจูบลงที่หลังใบหู ลิ้นชื้นส่งมาทักทายก่อนริมฝีปากจะขบเม้มที่ริมหูเบาๆ
ยองแจย่นคอหนี เล็บแหลมจิกลงที่บ่าของผมลึกกว่าเก่า ผมขยับมือด้วยความเร็วเพราะรู้ว่าอีกคนคงจะใกล้ไม่ไหวด้วยฤทธิ์ยาในขณะที่ตัวเองก็ฝังหน้าลงไหล่ขาวของคนตรงหน้า ขบกัดสร้างรอยรักรอยใหม่ทดแทนของเก่า
“อืม... ยองแจ” ผมครางเสียงต่ำ มือนิ่มๆ กับความร้อนที่ใกล้จะปะทุของอีกคนฉุดอารมณ์ผมให้โจนทะยานขึ้นสูงอย่างหยุดไม่อยู่ ยองแจร้องไม่เป็นศัพท์อยู่ข้างหูผมก่อนปลายฝั่งฝันจะมาเยือนเจ้าตัวอีกครา
“อ๊า.... อ๊ะ... แดฮยอน...” คนตรงหน้าร้องทักเสียงแผ่วเมื่อผมก้มลงไปสร้างรอยรักสีสดไว้ทั่วอกขาว มือที่กุมยองแจอยู่เปลี่ยนเป็นประสานนิ้วก่อนจะจัดการจับยองแจลงจากตักให้ไปนั่งบนเตียงแล้วชันเท้าขึ้นจนเห็นช่องทางสีสดด้านหลัง
ความอดทนผมมีน้อยลงเต็มที
“ไม่นะแดฮยอน... อย่าทำแบบคืนนั้นอีก...”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง...”
“...”
“นายก็ยังไม่หมดฤทธิ์ยา ฉันรู้”
“...”
“ส่วนฉันเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน...” ผมว่าพลางจับเอานิ้วยองแจที่เปราะคราบน้ำรักของเจ้าตัวเองมาจับไว้ มือข้างที่ว่างจัดการขยับขาขาวให้กว้างมากขึ้นอีกก่อนจะส่งปลายนิ้วของเจ้าของร่างเข้าไปสำรวจช่องทางภายในพร้อมนิ้วของผมเอง
“อ๊ะ... ยะ...อย่า”
“อืม ยองแจอา...”
“มันไม่ อื้อ... ถูกต้อง...” เสียงร้องห้ามกระท่อนกระแท่นไม่ได้ทำให้ผมหยุดมือ ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งทำให้อารมณ์พุ่งขึ้นสูงมาไปกว่าเดิมอีก
ผมใช้นิ้วที่เหลือจับประสานมือกับยองแจไว้ก่อนจะบังคับทั้งนิ้วของตัวเองและยองแจให้ไล้วนผนังนุ่มภายใน ริมฝีปากก็สาละวนอยู่กับการมอบจูบที่ร้อนแรงให้คนตรงหน้าไม่จากไปไหน
“อื้อออ...” เสียงร้องสูงเมื่อผมเริ่มทำการเตรียมความพร้อมในขั้นต่อไป นิ้วเรียวของเราทั้งคู่ขยับเข้าออกสลับกับกดเน้นย้ำไปที่ผนังรอบๆ ช่องทางสีหวานที่ถูกชโลมด้วยคราบน้ำรักของยองแจยังคงตอดรัดและคับแน่นแม้จะมีเสียงฉ่ำน้ำดังออกมาให้ได้ยิน
“ได้โปรด... แดฮยอน...”
“...”
“อื้อ...” เสียงร้องอื้ออึงของยองแจดังประท้วงเมื่อผมตัดสินใจปิดปากเจ้าตัวก่อนคำร้องห้ามจะดังขึ้นอีกครั้ง
“อย่าห้ามเลยยองแจ... มันมาไกลเกินกว่านายจะห้ามฉันแล้ว...” ผมพูดเสียงแผ่วหลังจากละริมฝีปากออก ดวงตาหวานฉ่ำของคนตรงหน้าฉายแววอ้อนวอนข้อร้องให้หยุด ในขณะเดียวกันกับที่ร่างกายของเจ้าตัวกลับตอบสนองผมเป็นอย่างดี
“แด...”
“ฉันขอโทษ”
“อ๊ะ!” เสียงร้องดังขึ้นก่อนยองแจจะกัดริมฝีปากของตัวเองกลั้นเสียงนั้นไว้เมื่อผมเปลี่ยนจากนิ้วเป็นอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นแทน
“ซี๊ด... ยองแจ... อย่ารัดกันขนาดนี้สิ...”
“อ๊า...”
“ผ่อนคลายหน่อย ซี๊ด... อ่า...” ว่าพลางพยายามขยับตัวเองให้เข้าไปลึกจนสุดปลาย ผมจับยองแจขึ้นมานั่งบนหน้าตักตัวเองอีกครั้ง ประกบจูบไม่รู้รอบที่เท่าไรของวันเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ช่องทางด้านในคับแน่นและบีบรัดขับต้อนสิ่งแปลกปลอมที่สวนทางเข้ามา ผมปล่อยให้ตัวเองนิ่งค้างอยู่ด้านในสักพักก่อนจะลองขยับเข้าออกเบาๆ
“อ๊ะ.... อ๊า... ดะ...แด...” เสียงร้องที่ฟังดูยั่วยวนของยองแจเปล่งออกมาอีกครั้งตามจังหวะการเข้าออก อาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ทำให้เจ้าตัวไวต่อสัมผัสกว่าเดิมมาจนขาดความยับยั้งมากกว่าปกติ
“อืม... ยองแจ...” ผมครางต่ำก่อนจะจัดการขยับเปลี่ยนที่ให้ตัวเองนั่งพิงเยื้องๆ ที่หัวเตียงแทนยองแจ ขาของยองแจที่เคยตั้งชันอวดช่องทางรักถูกรวบเข้าหากันก่อนผมจะจับเจ้าตัวหมุนหันหลังทั้งๆ ที่เรายังเชื่อมต่อกันอยู่อย่างนั้น
“อ๊าส์... ซี๊ด...” เสียงร้องรอดผ่านไรฟันดังขึ้นเมื่อเจ้าตัวถูกจับหมุนรอบ ผมจัดท่าให้ยองแจหันหน้าไปทางกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะจับเอวขาวไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง แล้ว...
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ... ระ...เร็วไปแล้ว อื้อ...” เสียงร้องประท้วงของคนตรงหน้าดังขึ้นสลับกับร้องด้วยความหวาดเสียวเมื่อผมจัดการจับเอวเจ้าตัวขยับกระแทกขึ้นลงรับสัมผัสหนักหน่วง
ยองแจที่ผมมองผ่านกระจกตรงหน้ายิ่งเป็นเหมือนตัวเร่งอารมณ์ผมให้ลุกโชนกว่าเดิม ตาปรือที่เปราะด้วยหยดน้ำ ริมฝีปากบวมแดงที่เจ้าตัวพยายามกัดเพื่อกลั้นเสียง ใบหน้าหวานที่แหงนขึ้นกำลังแสดงสีหน้าราวกับต้องการยั่วยวน ผมสีดำที่สะบัดขึ้นลงกระจัดกระจายเพราะการเคลื่อนไหว ไหนจะลำตัวขาวที่เต็มไปด้วยรอยสีกุหลาบจากผม
“ยะ...อย่า... อ๊ะ มอง”
“มองสิ อืมมม... ฉันชอบนายเวลาแบบนี้นะ... คนทะลึ่ง อ่า...” ผมแซว
“แค่เวลาแบบนี้น่ะหรอ...” ยองแจถามเสียงแผ่ว ใบหน้าเหลียวมาจ้องตาผมทั้งๆ ที่ช่วงล่างเราก็ยังคงขยับอย่างต่อเนื่อง
“...”
“ไม่เป็นไร แค่เวลาแบบนี้ก็ยังดี...” ยองแจว่าก่อนจะเป็นฝ่ายจู่โจมผมด้วยจูบที่ให้ความรู้สึกหวานละมุนกว่าครั้งไหนๆ แม้ผมจะรู้สึกเหมือนมีหยาดน้ำหยดลงมากระทบใบหน้าตัวเองก็ตาม
ชั่วขณะนั้นผมได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่ามันคือเหงื่อของคนตรงหน้า
“อืม...” ผมส่งเสียงในลำคอด้วยความเสียวซ่านยามเมื่อเห็นภาพที่เราจูบกันผ่านกระจก ยองแจเอนตัวลงซบกับแผ่นอกของผม หัวทุยซบลงบนลาดไหล่เพื่อให้ใบหน้าของตัวเองเอียงป้อนจูบให้ผมได้ถนัด มืออีกข้างเอื้อมมาขยำกลุ่มผมของผมไว้
มือสองข้างที่เคยจับเอวยองแจจนขึ้นรอยเปลี่ยนเป็นใช้วงแขนโอบรอบเอวแล้วจับไว้ ในขณะที่อีกข้างก็ส่งไปช่วยปรนเปรอส่วนสำคัญของคนบนร่าง
“อ๊า... อื้อ แด... ฮยอน... อาาา...”
“อื้อ... แจ...ซี๊ด...”
“อ๊ะ...”
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ทั้งห้องมีเพียงเสียงครางอื้ออึงสลับกับเสียงกระแทกผ่านช่องทางที่ฉ่ำด้วยน้ำรักของคนบนร่างที่เพิ่มจังหวะถี่เร็วขึ้นยามเมื่อใกล้ถึงฝั่งฝัน
“อ๊ะ.... อ๊าาาาาา...”

“อืมมมม...” เสียงสุดท้ายดังขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเกมรักนี้จบลง ธารน้ำสีขาวขุ่นฉีดพุ่งในทางรักขณะที่ของเหลวสีน้ำนมของยองแจก็ไหลเปรอะมือผม ผมกระตุกเล็กน้อยก่อนจะถอนกายออกหลังจากส่วนที่คั่งค้างถูกขับไปจนหมด



ยังไม่จบเนร้ ไปอ่านต่อได้ที่ >>http://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1102065&chapter=13
Ja n