DAY 6
เป็นอีกวันที่เขารีบพุ่งตัวไปที่คลับอย่างไม่สนอะไรทั้งสิ้น
หลังจากเมื่อวานที่ยองแจปล่อยเขาค้างเติ่งกลางทาง
อ่า... อันที่จริงก็ไม่เรียกว่าค้างเติ่งแต่ต้องเรียกว่าเสร็จไม่หมดฤทธิ์ยาเพราะเจ้าตัวอดทนใช้มือให้เขาเพียงครั้งแรกแล้วก็ขอตัวกลับ
ทิ้งให้เขาต้องพึ่งตัวเองโดยอาศัยจินตนาการใบหน้าที่ฉ่ำเยิ้มด้วยแรงอารมณ์ของอีกคนเข้าช่วยแล้ว
วันนี้เขาก็ตั้งใจที่จะมาแกล้งอีกคนให้สาสม
แต่งานด่วนที่บริษัทกลับทำให้เขาปลีกตัวมาได้ลำบาก
พี่ฮิมชานส่งคลิปอะไรบางอย่างเข้าโทรศัพท์จนผมตัดสินใจไล่ทุกคนกลับบ้านเพื่อเลิกงานแล้วตรงดิ่งมาที่นี่อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่ามันจะเป็นคลิปอะไรไปไม่ได้นอกจากคลิปที่ยองแจกำลังดื่มอะไรบางอย่างที่รับมาจากไอ้เด็กคนเดิมเมื่อวาน
ให้ตายสิ บอกแล้วไงว่าอย่าไปกินอะไรซี้ซั้ว
แล้วพี่ฮิมชานก็เหลือเกิน เห็นๆ
กันอยู่ก็ยังจะมีอารมณ์มาถ่ายคลิป
เขาโยนกุญแจรถส่งให้พนักงานพลางผงกหัวไปด้านหลังให้ช่วยเอารถเข้าที่เพราะเขารีบเกินกว่าที่จะมาทำอะไรแบบนี้
นาฬิกาพกตลับสวยถูกเปิดออกเพื่อดูเวลาก่อนเขาจะต้องรีบสาวเท้าให้ยาวกว่าเดิมเมื่อคิดได้ว่ายองแจดื่มเครื่องดื่มนั่นไปเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว
ขนาดเมื่อวานเขาโดนไปไม่ทันไรยังเกิดอาการ
สองเท้าก้าวไปตามแผนที่ในสมองอย่างร้อนรน
เป็นอีกวันที่แดฮยอนคนดังของคลับไม่มีแม้แต่เวลาจะกวาดมองหาเหยื่อหรือสร้างเรทติ้งให้ตัวเองเพราะตอนนี้เป้าหมายคนสำคัญกำลังอยู่ในสถานะที่ไม่ปลอดภัยสุดๆ
ประตูห้องส่วน VIP ถูกกระชากเปิดออกอย่างรีบร้อนก่อนเขาจะตรงเข้าไปกระชากคนที่อยู่ในห้วงความคิดตลอดการขับรถให้ออกห่างจากไอ้เด็กตัวขาวที่กำลังขยับมาโอบเอาไว้
ผลั่ก!
“มึงจะทำอะไรคนของกู!” เสียงตะโกนด้วยความโมโหจัดดังขั้นหลังผลักร่างของคนตรงหน้าลงไปกองอยู่กับพื้น
ยองแจที่โงนเงนอยู่ด้านหลังซบใบหน้าลงกับบาร์ก่อนจะหอบหายใจถี่หนัก
แก้วขาวขึ้นสีแดงฝาดด้วยเลือดจนไม่ว่าใครที่แอบมองอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลายด้วยความต้องการ
“แด... แจไม่ไหวแล้ว... พาแจไปที...นะ”
เสียงร้องที่ค่อนข้างติดๆ ขัดๆ จากด้านหลังชะงักร่างของเขาเอาไว้
จากตอนแรกที่ตั้งใจจะอัดไอ้เด็กตรงหน้าให้เหลือแต่เศษเนื้อติดพื้นกลายเป็นเลิกคิดไปเสีย
เขาหันไปเอาเสื้อสูทคลุมหัวยองแจไว้เพื่อกันเจ้าตัวออกจากสายตาหื่นกามอย่างเห็นได้ชัดของคนอื่นก่อนจะพยุงยองแจอย่างเบามือแล้วหันกลับไปเตือนไอ้เด็กนั่นเป็นครั้งสุดท้าย
“อย่าให้เห็นว่ายุ่งกับยองแจของกูอีก
ไม่งั้นแม้แต่ชื่อ มึงก็จะไม่มีให้ใช้ คนอื่นก็ด้วยเหมือนกัน...”
สิ้นเสียง ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ
เขากวาดสายตามองไปรอบห้องเพราะต้องการจะฝังประโยคนั้นลงในสมองของทุกคน
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยขัดเขาเพราะทุกคนย่อมรู้ดีว่าเขามีกำลังพอที่จะทำอย่างที่ปากว่าไว้จริงๆ
“คุณไหวไหม ผมจะพาขึ้นไปด้านบน”
เขาก้มลงไปกระซิบกับอีกฝ่าย ยองแจส่ายหัวไปมาบนบ่าของเขาเพราะเจ้าตัวพยุงร่างให้ตรงแทบไม่ไหว
“ไม่เอา แจจะกลับบ้าน...”
“แล้วคุณจะทำยังไง ยานี่...”
“กลับด้วยกันนะ”
“...”
“ไปบ้านแจนะ แดฮยอน...”
ประตูห้องนอนที่เพิ่งเปิดออกยังไม่ทันได้ปิดลงร่างของเขาก็ถูกอีกคนผลักเข้าชิดกับริมกำแพงเสียก่อน
จูบร้อนไล่รุกมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวจนเขาได้แต่ยืนนิ่งๆ
ให้อีกคนเอาแต่ใจอยู่อย่างนั้น
ยองแจละริมฝีปากออกก่อนจะจ้องมองมาในระยะประชิด
นัยน์ตาที่เริ่มฉ่ำเยิ้มด้วยพิษจากแรงอารมณ์ทำให้เจ้าตัวดูน่าย่ำยีมากกว่าทุกครั้ง
ลมหายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ที่กำลังเป่ารดเขาอยู่เหมือนต้องการจะกล่อมให้เขามอมเมาไปกับร่างบางตรงหน้า
ยองแจแลบลิ้นสีชมพูสดของตัวเองออกมาเลียรอบปากที่เริ่มแห้งผากก่อนจะส่งมาไล้ไล่ชิมด้านนอกของริมฝีปากเขา
“ไม่จูบผมหน่อยหรอ?” เจ้าตัวถามเสียงสั่น
มือขาวยกขึ้นคล้องคอด้วยตัวเองเริ่มที่จะทรงตัวไม่อยู่
นัยน์ตาของเจ้าตัวหลุบลงต่ำมองริมฝีปากที่จวนเจียนจะสัมผัสกันก่อนจะเป็นฝ่ายปิดตาลงเมื่อเขาตัดสินใจฉกจูบคนตรงหน้าให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
ริมฝีปากนุ่มหยุ่นถูกขบเม้มราวกับเป็นขาวหวานที่น่าอร่อย
เขาใช้ฟันกัดริมฝีปากที่จือออกมาจนน่าทำให้บวมช้ำนั่นอยู่หลายครั้ง
ยองแจร้องอื้ออึงในลำคอแต่ไม่ได้ถดกายหนี ตรงกันข้าม
เจ้าตัวกลับยิ่งซุกเข้ามาจนร่างเราแทบจะบดเบียดเข้าหากันตรงนั้น
“อื้อ...” เสียงหวานร้องประท้วงแต่เขากลับไม่หยุด
ลิ้นสากส่งเข้าไปสำรวจความขมปร่าของแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ภายใน กลิ่นหอมของเหล้าแบรนด์ดังลอยแตะจมูกผสมกับกลิ่นน้ำหอมของคนตรงหน้า
ยองแจหอบหายใจอย่างหนัก
มือที่เคยคล้องคอเอาไว้เริ่มเปลี่ยนมาลูบไล้เล่นไปบนลำตัวของเขาไปทั่ว
ริมฝีปากที่ประกบกันอยู่ก็ยังไม่ได้ออกห่างกันไปไหน เสียงทะเลาะกันของน้ำในโพรงปากทำให้อารมณ์ของเขาเริ่มพุ่งโจนทะยานขึ้นมากเรื่อยๆ
“แด... แจร้อน... อ๊ะ...”
เสียงครางที่ตามมาหลังจากเขาละริมฝีปากออกจากเจ้าตัวแล้วเปลี่ยนเป้าหมายเป็นซอกคอหอมกรุ่นนี่แทน
คอขาวเอียงรับสัมผัสไปอีกด้านในขณะที่เขาก็เอาแต่สาละวนกับการเม้มชิมผิวหวาน
ยองแจเป็นเหมือนยาเสพติด
ร่างกายของคนตรงหน้าทำให้เขาไม่อาจละไปไหน...
“อื้อ... แจ... แจไวต่อสัมผัสมากเลยตอนนี้ อ๊ะ...
หายใจ... จะไม่ทันแล้ว”
“อืม...”
เขาไม่ตอบอะไรเพราะกำลังไล่ขบเม้มที่ซอกคอขาวตรงหน้า ปลายจมูกแตะลงที่ส่วนหลังก่อนจะเป่าลมออกมาจางๆ
ริมฝีปากขยับไปเม้มที่ใบหูเบาๆ เพื่อสื่อสารข้อความที่ต้องการจะบอกตอนนี้
“ผมต้องการคุณจะแย่แล้ว”
“เดี๋ยวก่อนสิ... ขอพักหายใจก่อน อ๊ะ...”
เสียงร้องเบาๆ เมื่อถูกเขาขบเม้มใบหูเข้าอีกครั้ง
ยองแจใช้มือข้างหนึ่งฟาดไปที่อกของเขาเบาๆ ทั้งที่ตัวเองก็ยังหอบหายใจหนัก
เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งเริ่มเปียกไปด้วยเหงื่อที่โทรมกายในตอนนี้จนอะไรๆ
ใต้ร่มผ้าก็ปรากฏออกมาให้เห็น
เขากลืนน้ำลายให้กับภาพตรงหน้า
ตุ่มไตสีน้ำตาลอ่อนที่แทบจะทะลุเสื้อออกมานั่นเหมือนกันลังเรียกร้องให้เขาเข้าไปสัมผัส
อกขาวที่หอบหายใจขึ้นลง ผิวกายที่เปียกชื้น
ไหนจะสายตาแดงก่ำที่บอกว่าเจ้าตัวเองก็ต้องการเขาไม่แพ้กันนั่นอีก
“คุณแน่ใจหรอว่าจะให้ผมหยุด?”
“แน่ใจสิ”
“...”
“อยู่นิ่งๆ แบบนี้...”
สิ้นเสียง
เนคไทด์ที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ายองแจไปถอดมันออกตั้งแต่เมื่อไรก็เลื่อนมาทาบทับดวงตา
เนื้อผ้าสีดำสนิทบดบังทั้งการรับแสงทั้งการรับภาพจนโลกของเขามีแต่ความมืด และดูเหมือนว่ายามที่มนุษย์เราสูญเสียประสาทรับรู้บางส่วนไป
ประสาทส่วนอื่นๆ ก็จะตื่นตัวมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“คุณนี่มันน่าจับฟัดให้หายซนจริงนะ”
“แจเปล่าสักหน่อย...”
เจ้าตัวว่าพลางขยับเขามาใกล้จนเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนจากลมหายใจที่เป่ารดปลายคางอยู่
ยองแจใช้ปลายนิ้วลากผ่านสาบเสื้อเชิ้ตของเขาก่อนจะบรรจงเกะกระดุมออกทีละเม็ด
ทีละเม็ด ปลายเล็บไล้ไปตามแผงอกกว้างอย่างอ้อยอิ่งก่อนสัมผัสร้อนชื้นจากปลายลิ้นจะเริ่มเข้าเล่นงาน
ลิ้นนิ่มของเจ้าตัวลากไล้ผ่านกลางลำคอลงไปยังแผงอกกว้างของเขา
เจ้าตัวสาละวนกับการโลมเลียในส่วนนั้นอยู่พักใหญ่ก่อนจะย้ายตัวเองลงไปขบเม้มกล้ามเนื้อที่ส่วนท้องของเขา
สัมผัสร้อนชื้นลากไล้เป็นวงกลมในขณะที่มือซุกซนก็เริ่มรั้งกางเกงของเขาลงต่ำ
ชั้นในถูกดึงออกจนเขารู้สึกได้ว่าน้องน้อยของเขาเองมันกำลังออกมาเผชิญโลกกว้างภายนอกเสียแล้ว
“แดน้อย เราเจอกันอีกแล้วนะ จุ๊บ”
เสียงเอ่ยทักทายที่น่ารักก่อนเขาจะรู้สึกได้จริงๆ ว่ายองแจจูบลงที่ส่วนปลายซ้ำๆ
อยู่หลายครั้ง อะไรๆ ที่เคยขนาดปกติก็เริ่มพองขยายขึ้นด้วยแรงอารมณ์
และเพราะไม่เห็นหน้าคนด้านล่างนี่แหล่ะที่ทำให้เขายิ่งอารมณ์พุ่งสูงขึ้นด้วยในจินตนาการมีเพียงใบหน้าหวานเยิ้มฉายแววความต้องการของยองแจวิ่งวนเต็มไปหมด
กรามถูกขมจนขึ้นเป็นสันนูน
เขาจะปล่อยให้ยองแจเล่นก็ตอนนี้เท่านั้นแหล่ะนะ...
ลิ้นนิ่มส่งมาละเลียดชิมที่ส่วนปลายก่อนจะฝังตัวตามรอยแยกเรียกเสียงร้องครางในลำคอจากเขา
เสียงดูดปากของยองแจดังขึ้นก่อนหยดน้ำร้อนที่คาดว่าเป็นน้ำลายของเจ้าตัวจะหยดลงที่เจ้าโลกส่วนล่าง
มือเย็นเข้ากอบกุมมันเอาไว้ก่อนจะละเลงไปทั่วทั้งส่วน
ปลายนิ้มส่งมาปัดผ่านที่ส่วนปลายราวกับต้องการที่จะแกล้งกันในขณะที่อีกมือก็ส่งไปลูบคลำส่วนฐานเล่น
และยองแจไม่หยุดเพียงแค่นั้น
เจ้าตัวเขย่ามือขึ้นลงจนเขาแทบจะลืมหายใจ
ลมหายใจติดขัดที่ระบายออกมาไม่ทันเริ่มทำให้เขาอยากจะคว้าร่างคนตรงหน้าไปทุ่มลงที่เตียงให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ยังไม่ทันได้คิดจะทำอะไรทั้งนั้นความอุ่นร้อนของโพรงปากก็เข้าครอบครองเสียก่อน
เขากระชากเนคไทด์ที่ปิดตาอยู่ออกด้วยอดทนไม่ไหวอีกต่อไป
ยองแจเหลือบตาขึ้นมามองเขาด้วยสายตาที่ช่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำ
ผิวกายขาวที่ขึ้นเป็นสีแดงทั่วร่างทำให้เจ้าตัวดูน่าขย้ำเป็นที่สุด
ไหนจะริมฝีปากที่กำลังอมบางอย่างไว้จนเต็มกระพุ้งแก้มนั่น
เจ้าตัวยังคงเหลือบตาขึ้นมองเขาตลอดเวลาที่ขยับริบฝีปากเข้าออก
ลิ้นร้อนตวัดไล้ไปตามเส้นเลือกที่ปูดโปนพลางส่งฟันมาขูดครากในบางจังหวะจนเรียกเสียงร้องครางในลำคอจากผมได้
ยองแจผงกศีรษะอย่างเชื่องช้าจนผมทนไม่ไหวกับสายตาที่ยั่วยวนนั่นแล้วขยับมือไปจิกผมเจ้าตัวเพื่อคุมจังหวะด้วยตนเอง
“อึก...” เสียงร้องด้วยความอึดอัดดังขึ้นเล็กน้อยแต่ร่างบางก็ยังไม่ละความพยายาม
แม้จะโดนกระแทกเข้าไปจนแทบจะสุดลำคอยองแจก็ยังสู้ไม่ถอย
รอมฝีปากบวกเจ่อนั่นห่อเข้าหากันทั้งทียังครอบครองส่วนของเขาไว้
“อ่า... ซี้ด... ยองแจ... คุณ....กรอด...”
เขากัดฟันจนกรามนูนขึ้นเป็นสันอีกครั้งก่อนจะกระชากตัวยองแจออกห่าง
เจ้าตัวโงนเงนไปด้านหลังแต่ก็ถูกเขาดึงให้ลุกขึ้นยืน ริมฝีปากห่อเข้าหากันก่อนจะเบะออก
“แดจะทำอะไร”
“...”
“แจยังไม่อิ่มเลยนะ...”
“จะลงโทษคนขี้แกล้งครับ”
เขาว่าก่อนจะผลักให้อีกคนหลังชนฝา
เสื้อเชิ้ตตัวบางถูกกระชากออกจนกระดุมเม็ดกลมกลิ้งกระจายไปทั่วห้อง
ผิวกายขาวที่ขึ้นสีแดงอยู่ตรงหน้ากำลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ
แดฮยอนจัดการก้มลงไปกัดกินเจ้าเม็ดลูกเกดนั่นก่อนเป็นอันดับแรก
ลิ้นสากลงไปไล่ตวัดผ่านจนมันแข็งเป็นตุ่มไตได้ไม่ยากในขณะที่มืออีกข้างก็สาละวนทั้งบีบทั้งนวดมันเข้าไป
ฟันคมขบกัดเข้าที่ยอดอกก่อนจะไล่ขบไปยังสันไหล่ขาวจนเป็นรอยแดงทั่ว เสียงลมหายใจกระหืดกระหอบของยองแจที่ลอยมาเข้าหูยิ่งทำให้ความต้องการของเขาพุ่งสูงมากขึ้น
ไหล่ขาวที่ไม่เหลือพื้นที่ให้สร้างรอยรักเพิ่มเติมถูกผลักเข้าติดกำแพง
ยองแจเงยหน้ามองเพดานอย่างเลื่อนลอยในขณะที่เขาเริ่มจะขบเม้มหน้าท้องขาวนั่นเล่น
“อ๊า... แด... อื้อ...”
“หือ?”
“แจ... ร้อน...”
“ร้อนหรอครับ”
เขาแกล้งถามขณะที่ดึงเข็มขัดจากแบรนด์ดังทิ้งไปอีกทาง
“ร้อน... ร้อนมากเลย...”
“งั้นผมถอดให้นะ”
เขาว่าก่อนจะบรรจงจูบลงบนเนื้อผ้าชั้นดีตรงหน้า
ส่วนใช้งานของยองแจเองก็มีปฏิกิริยานานแล้วจึงไม่แปลกเท่าไหร่ที่มันจะพองนูนขึ้นมารับ
ฟันแกร่งกัดลงที่หัวซิบก่อนจะจัดการลากมันลงทีละนิด ทีละนิด
แน่นอนว่ากางเกงของยองแจถูกโยนไปอีกฝั่งส่วนชั้นในขาวที่สงบนิ่งอยู่ตรงหน้ายังคงติดอยู่กับร่างกาย
เจ้าตัวหลุบตาลงมองต่ำพลางใช้ฟันกัดริมฝีปากตัวเองไว้เมื่อเห็นว่าเขากำลังใช้ฟันของตัวเองดึงขอบชั้นในนั่น
ก่อนจะรั้งมันลงด้วยปาก
ขาขางถูกยกขึ้นสูงข้างหนึ่งก่อนฟันคมจะเริ่มไล่สร้างรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วพื้นที่ด้านใน
อาจด้วยเพราะฤทธิ์ยาทำให้ส่วนแข็งขืนของเจ้าตัวกำลังพองอย่างหนัก
เขาไม่ลังเลที่จะใช้ปากของตัวเองครอบครองมันลงไปจนยองแจต้องส่งเสียงร้อง
ส่วนฐานของเจ้าตัวถูกกอบกุมไว้ด้วยมือเพื่อช่วยส่งให้เข้ากระแทกยังกระพุ้งแก้มของเขาได้ถนัด
รู้สึกได้ถึงน้ำส่วนปลายที่เริ่มปริ่มออกมาเล็กน้อยจนเจ้าตัวเองหลุดร้องออกมา
“อ๊า แด...”
“ครับ?”
“แจ... แจจะเสร็จ...”
“อย่าเพิ่งสิครับ ไหน... มาให้ทำโทษกันก่อน”
เขาว่าก่อนจะหยิบเนคไทด์เส้นเดิมที่วางอยู่ด้านล่างมาผูกมัดมือของยองเข้าหากันให้แน่น
เงื่อนหลายชนิดที่เรียนมามีโอกาสได้เอามาใช้ก่อนส่วนปลายที่เหลือจะเอามาผูกเป็นโบว์มิ้งไว้อย่างสวยงาม
ยองแจถูกพาตัวไปยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่อีกมุมห้อง เขาพลิกตัวให้เราทั้งคู่ยืนหันหน้าเข้าหากระจกโดยมียองแจเป็นฝ่ายยืนพิงเขาจากทางด้านหน้า
รูปที่สะท้อนมาเรียกสีขึ้นที่พวงแก้มขาวอย่างน่ารัก
“จะ... จะทำอะไร”
“ก็แค่อยากให้คุณเห็นหน้าเรา”
เขาว่าพลางโน้มมือไปด้านหน้าเพื่อเล่นกับเจ้าส่วนล่างที่ยังคงชุ่มไปด้วยน้ำลายของเขา
ยองแจเอี้ยวตัวกลับมามองก่อนจะสวมวงแขนเข้าทางหัวผมเพื่อพยุงร่างกายตัวเองเอาไว้
“แจ... อาย... อื้อ...”
“ไม่เห็นต้องอายเลย ดูกระจกดีๆ นะครับ...”
เขาว่าก่อนจะใช้มือแหวกก้นนิ่มออกจากกัน
ช่องทางสีสดขยับรออยู่ด้านหน้าจนเขาอดไม่ได้ที่จะใช้นิ้วส่งเข้าไปทักทายมันเล่น
“อ๊ะ... มันเจ็บ”
“ผมรู้แล้ว ผมจะพยายามเบาๆ...”
“มะ...มีวาสลีน อยู่ในลิ้นชัก”
เจ้าตัวละล่ำละลักบอก เขาหรี่ตามองด้วยความสงสัย
“คุณพกของแบบนี้ไว้?”
“จะบ้าหรอ... ก็เอาไว้ทาปะ... ปาก”
ยองแจดุทำเอาเขาหลุดหัวเราะ
นิ้วที่เข้าไปแล้วออกมาทักทายโลกด้านนอกอีกครั้งเพื่อไปหยิบเจ้ากระปุกเหลืองในลิ้นชักมาใช้งาน
มันชโลมนิ้วของเขาไว้จนทั่วก่อนจะกลับไปทำงานอีกครั้ง
“อื้อ... อ๊า... อ...”
เสียงร้องครางดังขึ้นยามเมื่อเขาแทรกนิ้วของตัวเองผ่านเข้าไปด้านใน
ช่องทางถูกกวาดวนหมุนเพื่อเตรียมรองรับอะไรที่ใหญ่กว่า
ยองแจซบหัวลงบนบ่ากว้างด้านหลังของเขาก่อนจะหอบหายใจอย่างหนักยามที่ผมหักงอปลายนิ้วเล่นภายในนั้น
“แด... มัน... สะ...”
“สะอะไรครับ หืม?”
“มัน...เสียว”
ยองแจว่าเสียงเบาแต่เขาก็ยังไม่หยุดหมุนวนเล่น
ปากสีแดงช้ำนั่นอ้าออกเพื่อสูดอากาศเข้าลึกก่อนจะเปลี่ยนเป็นขบเม้มริมฝีปากของตัวเองเพื่อกลั้นเสียงร้องยามที่บางส่วนทีร้อนกว่านิ้วกำลังฟาดลงที่แก้มก้นสวยนั่น
“มองกระจกสิครับ”
เขาบอกเสียงนุ่มพลางจับคางอีกคนให้หันไปมองเต็มตา
ด้วยความสูงที่ต่างกันไม่มากทำให้เขาจัดการแทรกตัวผ่านร่องขาของเจ้าตัวเพื่อไปทักทายสายตาเบื้อหน้าได้ไม่ยาก
ใครจะว่าเขาโรคจิตก็ช่าง
แต่ใบหน้ายองแจในกระจกตอนนี้ ยิ่งทำให้เขาอยากแกล้งเจ้าตัวมากขึ้นไปอีก
สะโพกนิ่มถูกจับตรึงไว้กับที่ในขณะที่เขาก็เริ่มสวนกายเข้าออกโดยใช้ร่องขาของยองแจเป็นผนังกั้น
ส่วนปลายของอีกคนที่เริ่มปริ่มน้ำบอกได้ดีว่าอารมณ์ของเจ้าตัวกำลังโจนทะยานขึ้นสูงแต่ก็ไม่อาจได้รับการปลดปล่อยด้วยเพราะถูกรัดข้อมือไว้จนแก้ออกเองไม่ได้
เขาเองก็เช่นกัน
“อ่า... ขาคุณนี่มัน... นิ่มชะมัด”
“อื้อ... แด... ไม่เอาแบบนี้...”
“หือ?”
“ขะ...เข้ามานะ... แจยอมแล้ว ไม่แกล้งแล้ว”
เจ้าตัวว่าพลางส่งสายตามองผมในกระจก นัยน์ตากลมดำนั่นเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตา
ไหนจะรอยแดงตามตัวที่ผมสร้างเอาไว้ยันต้นขานี่อีก
“แด... เร็ว...”
เขาจัดการพลิกร่างของอีกคนให้หันหน้าเข้าหากัน
กระจกติดผนังบานยาวให้สัมผัสที่เย็นยะเยือกปะเข้าที่แผ่นหลังของยองแจจนเจ้าตัวตัวสะดุ้ง
วนแขนที่คล้องขอของผมอยู่ช่วยพยุงร่างเจ้าตัวเองไว้ในขณะที่ผมเลื่อนเข้าไปประกบชิดที่ริมฝีปาก
ขาขาวข้างหนึ่งถูกยกขึ้นเกี่ยวเข้าเอวสอบก่อนคำขอจะได้รับการตอบสนองอยากรวดเร็ว
สวบ...
“อ๊ะ...”
เสียงร้องหลุดดังขึ้นเล็กน้อยยามเมื่อแท่งร้อนเข้าไปทักทายช่องทางลับของอีกคน
เขาไม่ปล่อยให้ยองแจได้มีโอกาสกอบโกยอากาศมากเท่าไหร่นักเพราะจูบของเจ้าตัวช่างมอมเมาเขาเสียเหลือเกิน
ช่องทางด้านล่างบีบรัดจนตัวเขาแทบจะระเบิด
ใจหนึ่งก็อยากกระแทกกายสวนเข้าไปแรงๆ
แต่กลับทำได้เพียงขยับเข้าไปอย่างเชื่องช้าจนแทบจะหมดทางนั่น ผนังรอดบีบรัดแข่งกับลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดชิมความหอมหวานจากด้านบน
ความร้อนจากผิวกายแทบจะหลอมละลายผิวนุ่มนั้น
รู้สึกได้เลยว่าร่างเล็กของคนตรงหน้ากำลังทรุดลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง
ยิ่งในท่ายืนแบบนี้ เขายิ่งเข้าไปได้ลึกสุดใจ
กายหนาขยยับหมุนวนหาจุดที่จะสร้างความสุขสมให้กับร่างบางได้
ไม่นานนักเขาก็พบจุดที่ทำให้ยองแจหลุดร้อมออกมาเสียงดังมากที่สุด
“อ๊าาา อ๊ะ... อ๊ะ...”
“เอาขามาเกี่ยวผมไว้ ซี๊ด...”
“อา...”
“คุณยืนไม่ไหวหรอก เชื่อผมสิ”
เขาว่าพลางจัดการให้ขาของเจ้าตัวเกี่ยวเข้ากับเอวของตัวเอง
หลังของยองแจผละจากกระจกเย็นเยียบนั้นไปลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ จุดกระสันที่โดนกดย้ำซ้ำๆ
จากน้ำหนักที่ทิ้งตัวในแนวดิ่งทำให้เสียงร้องครางระงมดังขึ้นทั่วห้อง
ใบหน้าหวานเชิดขึ้นมองเพดานพลางหอบหายใจหนัก
“แฮ่ก... อื้อ...”
“ซี้ด... ยองแจ...”
“แด... ไม่เอายืน...นะ... มันจุก”
“...”
“แจไม่ไหว... แจสะ...เสียวมากเลย”
คำร้องขอเป็นจริงเมื่อเขาเอาวงแขนของเจ้าตัวออกจากศีรษะแล้วทุ่มร่างบางนั่นลงไปที่เตียงอย่างอดรนทนไม่ไหว
เสียงช่องทางที่หลุดออกจากกันกะทันหันดังสะท้านแต่นั่นก็ยังไม่น่าสนใจเท่ากับยองแจที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้ายั่วยวนราวกับต้องการจะบอกให้เขากระโจนเข้าใส่
ขาขาวตั้งชันขึ้นก่อนจะแยกออกห่างจากกันอย่างเชื้อเชิญ
ช่องทางที่เพิ่งถูกรุกรานนั่นขยับเป็นจังหวะเหมือนพร้อมรับการบุกรุกอีกครั้ง
เขาขยับกายไปทาบทับร่างบางพลางกดให้อีกฝ่ายจมลงไปในเตียงหลังกว้าง
ก้นนิ่มถูกขยำจนขึ้นรอยแดงของฝ่ามือเพื่อแยกออกให้มันรับบางสิ่งที่ใหญ่กว่า
“แด... ร้อน...”
“อืม...”
“อ๊า...”
“ซี้ด... อืมมม”
“แด... แรงอีก... อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ...”
และอีกหลายๆ
เสียงกรีดร้องที่ดังต่อไปอีกหลายชั่วโมงข้างหน้า
งานนี้เห็นทีไม่มีคนสลบคงไม่ได้หยุดพักเป็นแน่...
กลับไปอ่านส่วนที่เหลือได้ที่ >> NOIR 01