มือที่เคยจะผลักอีกคนออกกลายเป็นกำขยำเสื้อตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
จูบวาบหวามกว่าครั้งแรกป้อนมาให้อีกครั้ง
แดฮยอนละริมฝีปากออกให้ผมหายใจก่อนที่เจ้าตัวจะจัดการเล็มริมฝีปากบนและล่างของผมอย่างเพลิดเพลิน
คนตรงหน้าประกบริมฝีปากเข้ามาอีกครั้ง
ผมเปิดปากรับพร้อมกับขยับองศาการเอียงของหัวให้เข้าที่
มือจิกกำเข้าที่เสื้อตามระดับความหวาดเสียวที่เกิดขึ้นในท้อง แดฮยอนกวาดไปทั่วโพรงปากของผมอย่างไม่รู้จักเบื่อ
และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ลิ้นของผมเริ่มขยับสอดประสานเข้าไปเป็นจังหวะเดียวกันกับเขา
หัวสมองผมเริ่มสับสนกับการกระทำของตัวเองอีกครั้ง
รู้ตัวอีกทีหลังของผมที่เคยพิงหัวเตียงก็สัมผัสกับเตียงนอนนุ่ม มือแดฮยอนที่เคยยันกำแพงก็เปลี่ยนมากดบริเวณไหล่ของผมทั้งสองข้างให้จมลงไปกับเตียงแทน
“อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้น
ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันเลยเถิดไปมากกว่านี้...” แดฮยอนพูดเสียงเบา
หัวสมองผมราวกับหยุดสั่งการอยู่แค่นั้น ผมไม่สามารถโต้ตอบคำพูดที่เขาพูดออกมาได้ ทำได้เพียงแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากที่กำลังแห้งผากของตัวเองเท่านั้น
แดฮยอนกลืนน้ำลายลงคอ
“ถ...ถ้านายยังไม่หยุดยั่ว
ไม่ห้ามฉันแบบนี้...”
“...” ผมยังคงเงียบต่อไป
จนกระทั่งแดฮยอนทาบทับลงมาทั้งร่าง เสียงแหบพร่ากระซิบที่ใบหู
“ฉันจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วนะยองแจ...”
สิ้นเสียง
เจ้าตัวก็แลบลิ้นออกมาไล้เลียบริเวณใบหูของผมอย่างแผ่วเบา
เรียกเสียงคราวแผ่วจากปากผมที่ไม่รู้ว่าออกไปได้อย่างไรอย่างง่ายดาย
ผ้าห่มถูกเลิกขึ้นเพื่อให้ร่างกายของเรามีเพียงเสื้อผ้าเท่านั้นที่ขวางกั้นเอาไว้
แดฮยอนเปลี่ยนเป้าหมายจากริมหูเป็นซอกคอของผม เจ้าตัวเอาลิ้นเลียก่อนจะขบกัดเบาๆ
ผมเอียงคอรับสัมผัสนั้นตามสัญชาติญาณ
มือหนาเริ่มล่วงเข้าไปในเสื้อ
ลูบไล้แผ่วเบาก่อนจะมาหยุดลงอยู่ที่ตุ่มไตสองข้างของหน้าอก แดฮยอนจะขยี้มันเล่นอย่างเมามันโดยที่ปากก็ยังคงกัดทำรอยบริเวณคอและไหล่ของผมอย่างต่อเนื่อง
“แฮ่กๆ...” ผมหอบหายใจเสียงดังเมื่อเสื้อที่เพิ่งจะใส่ได้ไม่นานถูกถอดออกจากตัว
ริมฝีปากร้อนย้ายตำแหน่งไปครอบครองส่วนกลางของหน้าอกผมจนลมหายใจเริ่มติดขัด
แดฮยอนละริมฝีปากออกจากมันก่อนจะเลื่อนขึ้นมาประกบปิดปากผมไว้แทน
“อื้อ...”
มือใหญ่ไล้วนบริเวณหน้าท้องจนผมต้องหดเกร็งด้วยความหวาดเสียวก่อนที่มันจะเลื่อนลงไปลูกคลำบริเวณใต้กางเกง
ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
สติที่มีอยู่น้อยนิดฉุดตัวเองขึ้นมาจากรสจูบอ่อนหวานนั้น
สั่งตัวเองให้ขัดขืนก่อนที่อะไรๆ มันจะไปไกลกว่านี้
แต่แล้วสมองของผมก็กลับมาว่างเปล่าอีกครั้งเมื่อสัมผัสจากมือของอีกคนกอบกุมส่วนอ่อนไหวของตนเองไว้
คนตรงหน้าละริมฝีปากออก
สูดดมความหอมไล่จากซอกคอ ลาดไหล่ หน้าออก ท้องน้อย
ก่อนที่เจ้าตัวจะกระชากเอากางเกงที่ผมใส่อยู่ออกจนหมดทุดชั้น
“ห...หยุดนะแดฮยอน อ๊า~~~” เสียงร้องห้ามกลายเป็นคราวด้วยความหวาดเสียงจนผมเอามือตะครุบปิดปากตัวเองแทบไม่ทันเมื่อความอุ่นร้อนของโพรงปากเข้าครอบครองที่ปลายยอดของความอ่อนไหว
มือหนากอบกุมริเวณฐานก่อนที่ลิ้นของเจ้าตัวจะไล้เลียไปทั่วแท่งร้อนนั้น
“ท...ทำไมนายถึง อ๊ะ ...”
“สัญชาติญาณน่ะ ยองแจ”
เสียงอีกคนตอบกลับคำถามที่ผมถามไม่จบ ผมเอามือไปจิกเข้าที่ผมของอีกคนที่ยังสาละวนกับช่วงล่างของผมไม่ไปไหน
ลิ้นร้อนตวัดเลียเร็วพอๆ กับจังหวะการรูดขึ้นลงของมือ
ริมฝีปากดูดดุนจนเกิดเสียงดัง
“อ๊ะ... จ... จะไม่ไหวแล้ว อ๊า”
ผมบอกเสียงสั่น แดฮยอนขยับเร็วขึ้นก่อนที่ความอดทนของผมจะมาถึงปลายทาง
ผมหรี่ตามองอีกคนที่ไล้เลียเก็บมันเข้าปากของตัวเองจนหมดแล้วก็ต้องเอามือปิดหน้าด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก
เมื่อสติเหมือนจะกลับมาอีกครั้ง
ผม... ทำอะไรลงไป...
ต่อค่ะ****************
ต่อค่ะ****************
“จะ...ไปไหน”
เสียงของคนที่เพิ่งปลดปล่อยถามมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เมื่อเห็นผมลุกขึ้นหันหลังทำท่าจะเดินจากไป
หยุดครับ อย่าเพิ่งด่าผมกัน
ผมแค่จะไปจัดการกับไอ้ความปวดหนึบที่บริเวณช่วงล่างของตัวเอง
ผมไม่ตอบอะไร แต่ไม่ทันที่จะได้ก้าวหนีไปหาที่เงียบสงบของตัวเองผมก็สัมผัสได้ถึงแรงกระตุกที่ข้อมือของคนด้านหลัง
“ปล่อยเถอะยองแจ” ผมตอบเสียงแหบพร่า
เพียงแค่สัมผัสเบาๆ ของคนข้างหลังก็ทำให้ผมรู้สึกร้อนวูบไปทั่วตัว
“ไปไหน?”
“ไปจัดการตัวเอง”
ผมตอบพร้อมกับสะบัดตัวแล้วออกก้าวเดิน แต่ก็ไม่ทันร่างบางที่เดินอ้อมมาดักหน้าผมอย่างรู้ทัน
เดิมอ้อมมาดัก...
ด้วยร่างที่เปลือยเปล่า
แถมยังเต็มไปด้วยร่องรอยรักจากผม
พร้อมใบหน้าที่แดงก่ำ
ดวงตาหวานเยิ้มนั่น...
“ฉัน...” เสียงยองแจเอ่ยแผ่วเบาจนผมไม่ได้ยิน
แต่ก่อนที่จะได้ถามว่าอะไร ยองแจก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่ามันจะเกิด
เจ้าตัวก้มลงคุกเข่าก่อนจะปลดเข็มขัดผมออกแล้วกระชากกางเกงของผมลงจนมันไปกองอยู่ที่ปลายเท้า
แดฮยอนน้อยที่พร้อมใช้งานตั้งแต่เมื่อกี้เด้งออกมาชี้หน้าคนตรงหน้า
ยองแจยกมือขึ้นมาลูบไล้มันอย่างแผ่วเบาก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากของตัวเอง
แล้วเริ่มไล้เลียของผมตั้งแต่ส่วนฐานมาถึงปลายอย่างช้า
ท่าทางที่ดูเงอะงะราวกับกำลังเลียไอติมเล่นของยองแจ
บวกกับฟันที่ครูดของผมอย่างไม่ได้ตั้งใจนั่นยิ่งทำให้อารมณ์ดิบของผมปะทุสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
เสียงแหบพร่าถูกเปล่งออกมาจากลำคอ และเหมือนยองแจจะรู้จึงใช้ฟันขบกัดไปทั่วๆ
อย่างแผ่วเบา
นั่นทำให้ความอดทนของผมเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด
ผมจับยองแจให้ละริมฝีปากออกก่อนจะจับเจ้าตัวไปนอนลงที่เตียงโดยมีร่างของผมทาบทับตามไปติดๆ
กายขาวที่อยู่ตรงหน้าผมกำลังบิดน้อยๆ เมื่อผมลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเขา ผมขบกัดสร้างร่องรอยความเป็นเจ้าของไปทั่วทั้งลำคอและแผ่นอกนั่น
ใช้มือข้างหนึ่งปลุกอารมณ์ร่างบางที่อยู่ด้านล่างให้กลับมาแข็งขืนอีกครั้ง
ในขณะที่มืออีกข้างก็สอดเข้าไปด้านหลัง ขยำก้อนเนื้อนุ่มนิ่มนั่นอย่างมันมือ
“อ๊า... แด...ฮยอน...” คนใต้ร่างหลับตา
จิกมือลงไปที่เตียง
กรีดร้องเป็นชื่อผมสุดเสียงเมื่อนิ้วแรกของผมแทรกผ่านเข้าไปในช่องทางที่ไม่เคยผ่านอะไรมาก่อน
ผมไล้นิ้ววนอย่างเชื่องช้า
ขยับเข้าออกและกดย้ำไปที่ผนังโดยรอบก่อนจะแทรกนิ้วเข้าไปอีกนิ้ว ยองแจร้องเสียงดัง
เงยหน้าขึ้นจนเห็นลำคอที่เต็มไปด้วยรอยแดงจากผม
“จ...เจ็บนะ”
เสียงร้องแผ่วเบาดังขึ้นเหนือศีรษะของผม
ผมละสายตาจากช่วงล่างของคนตรงหน้าขึ้นไปมอง ยองแจกำลังหลับตาแน่น
ปลายตามีหยาดน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อย
ผมจึงขยับตัวขึ้นไปจูบซับน้ำตานั้นก่อนจะกระซิบไปที่ข้างหู พร้อมๆ
กับที่นิ้วที่สามแทรกเข้าไป
“เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว...นะครับ”
พูดพลางขบกัดที่ใบหูพอเรียกเสียงคราวหวิวด้วยความเสียวซ่าน
ยองแจขยับมือมาจิกที่ไหล่ผมแทนเตียงนอน ขยับตัวตามจังหวะการขยับนิ้วเข้าออกของผม
“อ๊ะ!” เสียงหวีดร้องดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ้าตัวพบว่าขาของตัวเองถูกแยกออกแล้วจับมันพาดเข้ากับไหล่ของผม
ผมกดจูบลงไปที่ขมับคนใต้ร่างก่อนจะค่อยๆ จ่อแก่นกายที่ขยายตัวจนเต็มที่เข้ากับช่องทางที่ได้รับการเบิกทางไว้ก่อนหน้า
แล้วค่อยๆ แทรกเข้าไป
“อ๊าาาา ด...แดฮยอน จ...เจ็บ
อื้อออ...” เสียงร้องถูกปิดลงด้วยการทาบทับริมฝีปากจากผมด้วยหวังว่าจะช่วยให้อีกคนลืมนึกเรื่องความเจ็บปวดไปได้บ้าง
ลิ้นเล็กจูบตอบกลับมา ผมแช่กายนิ่งไว้อย่างนั้นสักพักก่อนจะเริ่มขยับเข้าออก
“อ่าห์ ยองแจ” ผมส่งเสียงออกมาบ้าง
ความอึดอัดและการตอดรัดทุกครั้งที่มีการขยับทำให้ผมแทบคลั่ง ยองแจจิกเล็บเข้ากับไหล่และแผ่นหลังของผมแน่น
ขยับลำตัวขึ้นมาแนบชิดกับผมมากขึ้น
ก้มลงมองคนใต้ร่างแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขยับจังหวะให้รุนแรงมากขึ้น
ใบหน้าขาวนวลกำลังขึ้นสีแดงจัดที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแรงอารมณ์หรือพิษไข้ที่กำลังจะกลับมาเล่นงาน
ดวงตารีที่มีน้ำตาคลอหน่วยช้อนขึ้นมามองผม ริมฝีปากบวมแดงเพราะผ่านการจูบมาหลายรอบถูกเลียด้วยลิ้นชมพู
คราบน้ำหวานไหลออกมาจากมุมปากเล็กน้อย
“นาย...
อย่าไปทำหน้าแบบนี้กับใครเชียวนะ” ผมสั่งพร้อมกับเร่งจังหวะขึ้นอีก
ยองแจคงไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นในเวลานี้ เจ้าตัวโอบหลังผม ครางไม่ได้ศัพท์
แนบกายชิดจนท้องน้อยของผมเสียดสีกับยองแจน้อยอย่างชัดเจน
“อ๊ะ แด... ร...แรงอีก”
เสียงอีกคนครางเร่งเป็นครั้งสุดท้าย ผมยกยิ้มมุมปากก่อนจะจัดให้ตามคำขอ
เสียงกรีดร้องด้วยความสุขสมดังทั่วห้องเมื่อต่างคนต่างมาถึงปลายทางฝั่งฝัน
ผมกดแช่กายอยู่ภายในอีกตัวอีกคนสักพัก ช่องทางของคนด้านล่างยังคงตอดรัดไม่เลิก
หากไม่ติดตรงที่ว่าเจ้าตัวไม่สบายอยู่ล่ะก็...
คืนนี้คงได้ต่ออีกสักยกสองยก...
กลับไปอ่านต่อได้ที่ http://my.dek-d.com/jan_hikaru/story/viewlongc.php?id=1022506&chapter=8
กลับไปอ่านต่อได้ที่ http://my.dek-d.com/jan_hikaru/story/viewlongc.php?id=1022506&chapter=8
No comments:
Post a Comment