“ข...เข้ามาอีก ทะ...ทำไม”
ยองแจถามพลางส่งเสียงหอบ เนื้อตัวที่เคยขาวแดงยิ่งกว่าเพราะอารมณ์ที่คั่งค้าง
ผมได้แต่หันหน้าไปทางอื่นด้วยความขัดใจ
เพราะคำว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้ชายที่พร่ำบอกมาตลอดหลายปีมันค้ำคออยู่
ผมเลยเริ่มไม่แน่ใจขึ้นทุกที
ว่าไอ้ความรู้สึกที่
'ไม่อยากให้คนของตัวเองไปมีอะไรกับคนอื่น' นี่มันคืออะไร...
“แดฮยอน...”
“ฉันช่วยนายเอง”
“!!!”
ยองแจเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะเริ่มถอยร่นตัวหนี
ผมเดินกลับไปที่เตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นด้านข้าง จับขาของยองแจที่แผ่ราบอยู่กับพื้นเตียงให้ตั้งชันขึ้นแล้วขยับหันหน้ามาหาผม
ยองแจกระตุกตัวหนีเล็กน้อยแต่แรงเจ้าตัวกลับสู้ผมไม่ได้
“จ...จะทำอะไร”
“ช่วยนายไง” ผมตอบก่อนจะเริ่มก้มหน้าลงไปจูบลงบนเรียวขาขาว
ไล่ตั้งแต่ช่วงล่างขึ้นไปยังช่วงขาด้านบน ยองแจใช้มือดันพื้นด้านหลังไว้ข้างหนึ่งส่วนอีกข้างก็ส่งมาปกปิดกึ่งกลางลำตัวเองไว้
ผมประทับรอบจูบลงที่ต้นขาด้านใน
ใช้ฟันคมขบกัดเล็กน้อยพอให้เป็นรอยสีกุหลาบจากรอยเล็กๆ เป็นวงกว้าง
“อ๊ะ... ยะ...อย่า...”
เสียงร้องห้ามดังขึ้นเมื่อผมไล่จูบจากต้นขาขึ้นไปยังหน้าท้องขาวของเจ้าตัว
ยองแจบิดตัวเกร็งเมื่อลิ้นชื้นๆ ของผมเริ่มต้นละเลงไปทั่ว
มือข้างหนึ่งที่ว่างจัดการปัดมือยองแจทิ้งก่อนจะกำลังไปยังแท่งร้อนตรงหน้า
ผมหยุดพรมจูบที่หน้าท้องขาวแล้วเลื่อนตำแหน่งไปหยอกล้อกับตุ่มไตด้านบนแทน
ลิ้นชื้นส่งไปรัวทักทายเจ้าของร่างตรงหน้าอีกครั้งในขณะที่มือก็เริ่มรูดขึ้นลงตามจังหวะ
ช้าบ้าง เร็วบ้างสลับกัน
“อ๊า... อือ อืม...”
เสียงครางอื้ออึงดังมาเป็นจังหวะ
ผมละความสนใจจากตุ่มไตด้านบนแล้วกลับมาหยอกล้อกับน้องชายด้านล่างอีกครั้ง
โพรงปากอุ่นครอบลงไปทักทายที่ส่วนปลายในขณะที่มือก็ยังคงทำหน้าที่ไม่หยุด
ลิ้นชื้นตวัดผ่านรอยแยกไปมาเพราะต้องการแกล้งเจ้าของร่าง
ยองแจกระตุกหุบขาเข้าหากันด้วยความเสียวซ่าน
ผมละริมฝีปากออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นตวัดลากผ่านไปรอบๆ
พรมจูบลงไปบางเบา มือที่รูดรั้งเริ่มใช้นิ้วโป้งสะกิดส่วนปลายเมื่อคราวรูดขึ้น เรียกเสียงร้องหวานจากยองแจเพิ่มได้ไม่ยาก
“อ๊ะ...”
เสียงร้องดังถี่ขึ้นตามจังหวะการสะกิด
ยองแจเปลี่ยนจากค้ำเตียงมาใช้มือทั้งสองข้างจิกไหล่ผมที่นั่งอยู่บนพื้นไว้แน่น
นั่นทำให้ผมเร่งมือมากขึ้นไปอีก
จนกระทั่งปลายทางฝั่งฝันของคนตรงหน้ามาถึงพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความสุขสม
“แฮ่ก...”
เสียงหอบหายใจดังขึ้นก่อนใบหน้าหวานจะซบลงมาที่บ่าของผม
จัดการจับยองแจไปพิงเข้ากับหัวเตียงก่อนจะต้องถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าฤทธิ์ยายังคงเหลือ
แต่ถึงไม่เหลือผมก็ไม่หยุดเหมือนกัน
ยองแจนั่งตาปรือฉ่ำอยู่บนที่นอนหลังจากผมจัดท่าให้เสร็จสรรพ
ผมจัดการถอดกางเกงตัวเองลวกๆ แล้วโยนมันทิ้งไปที่อื่น
ขาสองข้างพาตัวเองปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ยองแจ
มือที่เปราะคราบขาวก่อนหน้ายังคงอยู่
ผมจัดการส่งนิ้วของตัวเองสองนิ้วเข้าไปในปากของคนตรงหน้า ยองแจดูดดุนมันอย่างรู้งานในขณะที่มือของผมก็เริ่มรูดรั้งตลอดความแข็งขืนของตัวเองเช่นกัน
ปลายลิ้นชื้นตวัดไปรอบๆ นิ้วของผม
ริมฝีปากบวมเปล่งนั่นดูดนิ้วของผมเอาไว้ไม่ยอมปล่อยราวกับมันเป็นของอร่อยที่ขาดไม่ได้
ห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงร้องของเราและเสียงดูดดุนจากยองแจเพียงเท่านั้น
“อื้อออ...”
“อ่า.. ยองแจ” ผมครางเสียงแหบ
ยองแจชำเลืองมองผมด้วยดวงตาหวานฉ่ำ
เจ้าตัวละริมฝีปากออกจากปลายนิ้วของผมก่อนลิ้นสีสดจะส่งออกมาทักทายโลกภายนอกผ่านการเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ
ผมไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าตัวยั่วหรือมันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ
เหมือนที่ตอนนี้ร่างกายผมก็ไปเองอัตโนมัติเหมือนกัน
“อ๊ะ ด...แดฮยอน... จะทำอะไร”
ยองแจเอ่ยถามหลังจากผมจัดการอุ้มคนตรงหน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้นั่งอยู่ในลักษณะที่คร่อมหน้าขาของผมอยู่
มือสองข้างของยองแจขยับมายึดบ่าผมไว้แน่น
“อื้อ...”
ผมไม่อยากปล่อยให้ริมฝีปากของคนตรงหน้าเป็นอิสระนานสักเท่าไรจึงจัดการทาบทับลงไป
ริมฝีปากของยองแจถูกดูดดุนก่อนเจ้าตัวจะอ้าปากเล็กน้อยราวกับต้องการเชิญชวนให้ผมเข้าไปสำรวจยังด้านใน
ผมใช้มือข้างที่ว่างประสานมือกับยองแจแล้วส่งไปกอบกุมส่วนแข็งขืนของเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันในขณะที่ปากก็เริ่มสำรวจไปทั่วตามคำเสนอ
ยองแจตวัดลิ้นตอบรับเล็กน้อยก่อนจะสะดุ้งหนีเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนที่กำลังถูไถกันอยู่เบื้องล่าง
“ตกใจอะไรเล่า... ก็เคยแล้วนี่นา” ผมถามเสียงเบาแกล้งอีกคน
“น...หน้าไม่อาย... อ้ะ...”
ยองแจปฏิเสธก่อนเจ้าตัวจะร้องเสียงดังแล้วซบลงกับไหล่ของผม
ผมยกยิ้มมุมปากก่อนมือที่กุมอยู่ด้านนอกของมือยองแจจะเริ่มบังคับให้เจ้าตัวจัดการรูดขึ้นลงส่วนแข็งขืนของเราทั้งสองจนสุดความยาว
“อ่า... มือนายนี่มัน... นิ่มชะมัด...
อืม” ผมร้องเสียงเบาก่อนจะจับหัวทุยที่เอนซบกลับมาประกบจูบอีกครั้ง
รสจูบของยองแจยังคงทำให้ผมหลงใหลไม่เปลี่ยนไปสักนิด
ไหนจะมือนิ่มที่ขยับกำรอบนี่อีก
มือของยองแจยังคงให้ความรู้สึกดีเหมือนครั้งเก่า
ให้ตายสิ
“อื้อ...”
เสียงร้องประท้วงเหมือนคนหมดอากาศหายใจ ผมละริมฝีปากออกมาชั่วครู่ก่อนจะจรดจูบลงไปที่หน้าผากมน
คนตรงหน้าหลับตาปี๋เหมือนไม่ต้องการจะรับรู้อะไร นั่นทำให้ผมยิ่งอยากแกล้ง...
สุดท้ายผมจึงบังคับมืออีกคนให้รูดขึ้นลงด้วยอัตราที่เร็วกว่า
“อ๊า...” ยองแจร้องเสียงยาว
ผมลอบยิ้มแล้วเปลี่ยนประทับรอยจูบลงที่หลังใบหู
ลิ้นชื้นส่งมาทักทายก่อนริมฝีปากจะขบเม้มที่ริมหูเบาๆ
ยองแจย่นคอหนี
เล็บแหลมจิกลงที่บ่าของผมลึกกว่าเก่า
ผมขยับมือด้วยความเร็วเพราะรู้ว่าอีกคนคงจะใกล้ไม่ไหวด้วยฤทธิ์ยาในขณะที่ตัวเองก็ฝังหน้าลงไหล่ขาวของคนตรงหน้า
ขบกัดสร้างรอยรักรอยใหม่ทดแทนของเก่า
“อืม... ยองแจ” ผมครางเสียงต่ำ
มือนิ่มๆ
กับความร้อนที่ใกล้จะปะทุของอีกคนฉุดอารมณ์ผมให้โจนทะยานขึ้นสูงอย่างหยุดไม่อยู่
ยองแจร้องไม่เป็นศัพท์อยู่ข้างหูผมก่อนปลายฝั่งฝันจะมาเยือนเจ้าตัวอีกครา
“อ๊า.... อ๊ะ... แดฮยอน...”
คนตรงหน้าร้องทักเสียงแผ่วเมื่อผมก้มลงไปสร้างรอยรักสีสดไว้ทั่วอกขาว
มือที่กุมยองแจอยู่เปลี่ยนเป็นประสานนิ้วก่อนจะจัดการจับยองแจลงจากตักให้ไปนั่งบนเตียงแล้วชันเท้าขึ้นจนเห็นช่องทางสีสดด้านหลัง
ความอดทนผมมีน้อยลงเต็มที
“ไม่นะแดฮยอน... อย่าทำแบบคืนนั้นอีก...”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง...”
“...”
“นายก็ยังไม่หมดฤทธิ์ยา ฉันรู้”
“...”
“ส่วนฉันเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน...”
ผมว่าพลางจับเอานิ้วยองแจที่เปราะคราบน้ำรักของเจ้าตัวเองมาจับไว้
มือข้างที่ว่างจัดการขยับขาขาวให้กว้างมากขึ้นอีกก่อนจะส่งปลายนิ้วของเจ้าของร่างเข้าไปสำรวจช่องทางภายในพร้อมนิ้วของผมเอง
“อ๊ะ... ยะ...อย่า”
“อืม ยองแจอา...”
“มันไม่ อื้อ... ถูกต้อง...”
เสียงร้องห้ามกระท่อนกระแท่นไม่ได้ทำให้ผมหยุดมือ
ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งทำให้อารมณ์พุ่งขึ้นสูงมาไปกว่าเดิมอีก
ผมใช้นิ้วที่เหลือจับประสานมือกับยองแจไว้ก่อนจะบังคับทั้งนิ้วของตัวเองและยองแจให้ไล้วนผนังนุ่มภายใน
ริมฝีปากก็สาละวนอยู่กับการมอบจูบที่ร้อนแรงให้คนตรงหน้าไม่จากไปไหน
“อื้อออ...”
เสียงร้องสูงเมื่อผมเริ่มทำการเตรียมความพร้อมในขั้นต่อไป
นิ้วเรียวของเราทั้งคู่ขยับเข้าออกสลับกับกดเน้นย้ำไปที่ผนังรอบๆ
ช่องทางสีหวานที่ถูกชโลมด้วยคราบน้ำรักของยองแจยังคงตอดรัดและคับแน่นแม้จะมีเสียงฉ่ำน้ำดังออกมาให้ได้ยิน
“ได้โปรด...
แดฮยอน...”
“...”
“อื้อ...”
เสียงร้องอื้ออึงของยองแจดังประท้วงเมื่อผมตัดสินใจปิดปากเจ้าตัวก่อนคำร้องห้ามจะดังขึ้นอีกครั้ง
“อย่าห้ามเลยยองแจ...
มันมาไกลเกินกว่านายจะห้ามฉันแล้ว...” ผมพูดเสียงแผ่วหลังจากละริมฝีปากออก
ดวงตาหวานฉ่ำของคนตรงหน้าฉายแววอ้อนวอนข้อร้องให้หยุด
ในขณะเดียวกันกับที่ร่างกายของเจ้าตัวกลับตอบสนองผมเป็นอย่างดี
“แด...”
“ฉันขอโทษ”
“อ๊ะ!”
เสียงร้องดังขึ้นก่อนยองแจจะกัดริมฝีปากของตัวเองกลั้นเสียงนั้นไว้เมื่อผมเปลี่ยนจากนิ้วเป็นอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นแทน
“ซี๊ด...
ยองแจ... อย่ารัดกันขนาดนี้สิ...”
“อ๊า...”
“ผ่อนคลายหน่อย
ซี๊ด... อ่า...” ว่าพลางพยายามขยับตัวเองให้เข้าไปลึกจนสุดปลาย
ผมจับยองแจขึ้นมานั่งบนหน้าตักตัวเองอีกครั้ง
ประกบจูบไม่รู้รอบที่เท่าไรของวันเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ช่องทางด้านในคับแน่นและบีบรัดขับต้อนสิ่งแปลกปลอมที่สวนทางเข้ามา
ผมปล่อยให้ตัวเองนิ่งค้างอยู่ด้านในสักพักก่อนจะลองขยับเข้าออกเบาๆ
“อ๊ะ....
อ๊า... ดะ...แด...”
เสียงร้องที่ฟังดูยั่วยวนของยองแจเปล่งออกมาอีกครั้งตามจังหวะการเข้าออก อาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ทำให้เจ้าตัวไวต่อสัมผัสกว่าเดิมมาจนขาดความยับยั้งมากกว่าปกติ
“อืม...
ยองแจ...” ผมครางต่ำก่อนจะจัดการขยับเปลี่ยนที่ให้ตัวเองนั่งพิงเยื้องๆ
ที่หัวเตียงแทนยองแจ
ขาของยองแจที่เคยตั้งชันอวดช่องทางรักถูกรวบเข้าหากันก่อนผมจะจับเจ้าตัวหมุนหันหลังทั้งๆ
ที่เรายังเชื่อมต่อกันอยู่อย่างนั้น
“อ๊าส์...
ซี๊ด...” เสียงร้องรอดผ่านไรฟันดังขึ้นเมื่อเจ้าตัวถูกจับหมุนรอบ
ผมจัดท่าให้ยองแจหันหน้าไปทางกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะจับเอวขาวไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
แล้ว...
“อ๊ะ อ๊ะ
อ๊ะ... ระ...เร็วไปแล้ว อื้อ...” เสียงร้องประท้วงของคนตรงหน้าดังขึ้นสลับกับร้องด้วยความหวาดเสียวเมื่อผมจัดการจับเอวเจ้าตัวขยับกระแทกขึ้นลงรับสัมผัสหนักหน่วง
ยองแจที่ผมมองผ่านกระจกตรงหน้ายิ่งเป็นเหมือนตัวเร่งอารมณ์ผมให้ลุกโชนกว่าเดิม
ตาปรือที่เปราะด้วยหยดน้ำ ริมฝีปากบวมแดงที่เจ้าตัวพยายามกัดเพื่อกลั้นเสียง
ใบหน้าหวานที่แหงนขึ้นกำลังแสดงสีหน้าราวกับต้องการยั่วยวน
ผมสีดำที่สะบัดขึ้นลงกระจัดกระจายเพราะการเคลื่อนไหว
ไหนจะลำตัวขาวที่เต็มไปด้วยรอยสีกุหลาบจากผม
“ยะ...อย่า...
อ๊ะ มอง”
“มองสิ
อืมมม... ฉันชอบนายเวลาแบบนี้นะ... คนทะลึ่ง อ่า...” ผมแซว
“แค่เวลาแบบนี้น่ะหรอ...”
ยองแจถามเสียงแผ่ว ใบหน้าเหลียวมาจ้องตาผมทั้งๆ
ที่ช่วงล่างเราก็ยังคงขยับอย่างต่อเนื่อง
“...”
“ไม่เป็นไร
แค่เวลาแบบนี้ก็ยังดี...”
ยองแจว่าก่อนจะเป็นฝ่ายจู่โจมผมด้วยจูบที่ให้ความรู้สึกหวานละมุนกว่าครั้งไหนๆ
แม้ผมจะรู้สึกเหมือนมีหยาดน้ำหยดลงมากระทบใบหน้าตัวเองก็ตาม
ชั่วขณะนั้นผมได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่ามันคือเหงื่อของคนตรงหน้า
“อืม...”
ผมส่งเสียงในลำคอด้วยความเสียวซ่านยามเมื่อเห็นภาพที่เราจูบกันผ่านกระจก
ยองแจเอนตัวลงซบกับแผ่นอกของผม
หัวทุยซบลงบนลาดไหล่เพื่อให้ใบหน้าของตัวเองเอียงป้อนจูบให้ผมได้ถนัด
มืออีกข้างเอื้อมมาขยำกลุ่มผมของผมไว้
มือสองข้างที่เคยจับเอวยองแจจนขึ้นรอยเปลี่ยนเป็นใช้วงแขนโอบรอบเอวแล้วจับไว้
ในขณะที่อีกข้างก็ส่งไปช่วยปรนเปรอส่วนสำคัญของคนบนร่าง
“อ๊า... อื้อ
แด... ฮยอน... อาาา...”
“อื้อ...
แจ...ซี๊ด...”
“อ๊ะ...”
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ทั้งห้องมีเพียงเสียงครางอื้ออึงสลับกับเสียงกระแทกผ่านช่องทางที่ฉ่ำด้วยน้ำรักของคนบนร่างที่เพิ่มจังหวะถี่เร็วขึ้นยามเมื่อใกล้ถึงฝั่งฝัน
“อ๊ะ....
อ๊าาาาาา...”
“อืมมมม...”
เสียงสุดท้ายดังขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเกมรักนี้จบลง
ธารน้ำสีขาวขุ่นฉีดพุ่งในทางรักขณะที่ของเหลวสีน้ำนมของยองแจก็ไหลเปรอะมือผม
ผมกระตุกเล็กน้อยก่อนจะถอนกายออกหลังจากส่วนที่คั่งค้างถูกขับไปจนหมด
ยังไม่จบเนร้ ไปอ่านต่อได้ที่ >>http://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1102065&chapter=13